CHERY THAILAND เชอรี่ (ประเทศไทย) จัดกิจกรรมนำสื่อมวลชนร่วมทดสอบ สมรรถนะรถ 2 รุ่น CHERY V23 เอสยูวี พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์บ็อกซี่ TIGGO 8 CSH Plug-in Hybrid พรีเมี่ยมเอสยูวีสำหรับครอบครัวยุคใหม่

0
01

CHERY THAILAND

เชอรี่ (ประเทศไทย) จัดกิจกรรมนำสื่อมวลชนร่วมทดสอบ สมรรถนะรถ 2 รุ่น

CHERY V23 เอสยูวี พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์บ็อกซี่

TIGGO 8 CSH Plug-in Hybrid พรีเมี่ยมเอสยูวีสำหรับครอบครัวยุคใหม่

            

   

   

CHERY V23

CHERY V23 ซับคอมแพ็กต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงกล่องที่ล้ำสมัย
(Boxy Design) ที่ลงตัวกับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ที่เป็นตัวของตัวเอง ต้องการแรงบันดาลใจในความคิดสร้างสรรค์ และพร้อมเปิดรับทุกความท้าทายใหม่ ๆ

   

แนวทางการออกแบบ CHERY V23 ผสมผสานความย้อนยุคและเทคโนโลยีล้ำสมัยมาอยู่ในรถเอสยูวีทรงกล่องที่มีขนาดกะทัดรัด (Retro-Futuristic Boxy Design) โดยสัดส่วนของตัวรถมีความกว้าง 1,915 มม. ความยาว 4,220 มม. ความสูง 1,845 มม. และระยะฐานล้อ 2,735 มม. มาพร้อมล้อสไตล์สปอร์ตสีดำรมควันขนาด 21 นิ้ว ที่เหนือกว่าเอสยูวีในเซกเม้นต์เดียวกัน

ดีไซน์ตัวรถด้านนอก ติดตั้งชุดไฟหน้าสไตล์คลาสสิกที่ซ่อนความล้ำสมัยของชุดไฟหน้า LED, ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ (Auto On-Off), ระบบไฟส่องสว่างนำทาง (Follow-Me-Home Light), ระบบปรับไฟสูงต่ำอัตโนมัติ (High Beam Assist) และระบบไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน (Daytime Running Light) โดยบริเวณด้านล่างของกันชนด้านหน้าติดตั้งเรดาห์ตรวจจับ (Transparent Radar) เพื่อแสดงมุมกล้องรอบคัน 540 องศา

การตกแต่งเพื่อสร้างอารมณ์การขับสไตล์เอสยูวีสุดเท่ ติดตั้งชุดแต่งซุ้มล้อที่เพิ่มความดุดันพร้อมบันไดด้านข้างแบบติดตั้งถาวร (Fix Sidestep) เพื่อความสะดวกในการขึ้น-ลง และติดตั้งมือจับประตูแบบซ่อนเข้ากับตัวรถพร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างเพื่อความสะดวกในการใช้งาน

การออกแบบด้านท้าย เพิ่มรายละเอียดการผสมผสานความย้อนยุค และเทคโนโลยีล้ำสมัยด้วยไฟท้ายที่เป็นเส้นแนวนอนที่มีความเรียบง่ายลงตัวกับกล่องเก็บอุปกรณ์ทรงสี่เหลี่ยมที่เพิ่มความพิเศษด้วยการติดตั้งไฟเบรกเพิ่มเข้ามาพร้อมกล้องมองหลัง รวมทั้งเรดาห์ตรวจจับ (Transparent Radar) บริเวณมุมด้านขวา-ซ้ายของกันชนหลัง

เข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ CHERY V23 ยึดแนวทางการออกแบบทรงกล่องที่ล้ำสมัย ด้วยหลังคาที่สูงโปร่ง เส้นขอบหน้าต่างที่ต่ำ ช่วยเปิดมุมมองให้ผู้ขับขี่กว้างไกล พร้อมพื้นที่กว้างขวางรองรับไลฟ์สไตล์
ที่แตกต่างของคนเมือง เพิ่มความเรียบง่ายด้วยการรวมมือเปิดประตู ปุ่มเปิด-ปิดหน้าต่าง และลำโพงไว้บริเวณด้านข้างประตู รวมทั้งการจัดวางตำแหน่งคอนโซลกลางให้มีพื้นที่สำหรับผู้ขับ-ผู้โดยสารสามารถการเลือกฝั่งลงทั้งด้านขวา-ซ้าย หากจอดในพื้นที่แคบ

นอกจากนี้มีการผสมผสานความล้ำสมัยด้วยหน้าจอกลางแสดงข้อมูลการขับขี่ และระบบความบันเทิงแบบทัชสกรีนขนาดใหญ่ 15.4 นิ้ว ผสมผสานความเรโทรของแผงควบคุมระบบปรับอากาศที่สะดวกต่อการใช้งาน รวมทั้งติดตั้ง Super Charging ขนาด 65 วัตต์ รองรับการชาร์จสมาร์ตโฟน สามารถชาร์จจาก 10 – 90% ภายในเวลา 30 นาที

CHERY V23 เพิ่มความอเนกประสงค์การใช้งาน โดยเบาะนั่งคู่หน้าติดตั้งระบบปรับเบาะไฟฟ้าสามารถปรับเอนเพื่อให้เป็นเหมือนโซฟาเพื่อใช้พักผ่อนระหว่างการทำกิจกรรมช่วงสุดสัปดาห์ และเบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถพับแบบ 50/50 โดยหากพับเบาะราบลงจะเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระเป็น 834 ลิตร

สำหรับระบบขับเคลื่อนของ CHERY V23 รุ่นขับเคลื่อนสองล้อ (2WD) ติดตั้งแบตเตอรี่ 59.93 กิโลวัตต์ มีกำลังสูงสุด 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 180 นิวตันเมตร ระยะการขับสูงสุด 360 กิโลเมตร/ชาร์จ (มาตรฐานทดสอบ NEDC) รองรับการชาร์จกระแสตรง (DC) กำลังแบตเตอรี่จาก 20% – 80% ใช้เวลาประมาณ 36 นาที

CHERY V23 รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) ติดตั้งแบตเตอรี่ 81.76 กิโลวัตต์ มีกำลังสูงสุด 211 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 292 นิวตันเมตร ระยะการขับสูงสุด 430 กิโลเมตร/ชาร์จ (มาตรฐานทดสอบ NEDC) โดยอัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. เพียง 7.5 วินาที รองรับการชาร์จกระแสตรง (DC) กำลังแบตเตอรี่จาก 20% – 80% ใช้เวลาประมาณ 42 นาที พร้อมระบบ Vehicle-to-load (V2L) เพื่อจ่ายไฟฟ้าจากแบตเตอรี่สู่เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ด้วยกำลังสูงสุด 3.3 กิโลวัตต์ สำหรับการทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ในช่วงสุดสัปดาห์

ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท และด้านหลังแบบมัลติ-ลิงค์ โดยการออกแบบดีไซน์ทรงกล่องที่ล้ำสมัยของ CHERY V23 เพิ่มสมรรถนะการใช้งานบนเส้นทางแบบออฟโรด ด้วยการมีมุมไต่ (Approach Angle) ระยะจากพื้นถึงส่วนหน้าของกันชนหน้า 43 องศา และมุมจาก (Departure Angle) ระยะพื้นราบถึงส่วนล่างสุดของกันชนหลัง 41 องศา รวมทั้งระยะความสูงจากพื้นถึงตัวรถ 210 มม. ทำให้ไม่ต้องกังวลกับการขับบนเส้นทางลาดชัน และผ่านการทดสอบความสามารถขับลุยน้ำลึกได้ถึง 600 มม. รวมทั้งโครงสร้างตัวถังที่มีความแข็งแกร่งผลิตจากเหล็กที่มีความทนทานสูง 68%

เทคโนโลยี และระบบความปลอดภัยล้ำสมัยใน CHERY V23

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบควบคุมการขับขี่ความเร็วต่ำ (Traffic Jam Assist)
  • ระบบช่วยออกตัวรถ (Departure Assist)
  • ระบบกล้องแสดงภาพรอบคัน 540 องศา
  • กุญแจคียการ์ดระบบ NFC Keyless
  • ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติ (Active Walk Away)
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Assist Control)
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control)
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Auto Emergency Braking)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Front Collision Warning)
  • ระบบเตือนการชนด้านหลัง (Rear Collision Warning)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบเตือนก่อนเปิดประตู (Door Opening Warning)
  • ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (Lane Departure Warning)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร (Lane Keeping Assist)
  • ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Detection)
  • ระบบป้องกันรถออกนอกช่องจราจร (Lane Departure Prevention)

ทั้งหมดนี้ ทำให้ CHERY V23 กลายเป็นซับคอมแพ็กต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% ที่พร้อมตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองยุคใหม่ ด้วยดีไซน์ทรงกล่องที่โดดเด่น, สมรรถนะที่คล่องตัวบนทุกสภาพเส้นทาง, เทคโนโลยีสุดล้ำที่ทันสมัย, ความสะดวกสบายและความกว้างภายในห้องโดยสาร, พร้อมรองรับทุกไลฟ์สไตล์อย่างมั่นใจ

CHERY V23 มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีเขียว Dynamic Green, สีส้ม Vibe Orange, สีขาว Sporty White,       สีดำ Ignite Black และสีเงิน Sparkle Silver โดยมีวางจำหน่าย 3 รุ่น ได้แก่

  • CHERY V23 2WD PLAY
  • CHERY V23 2WD PLUS
  • CHERY V23 4WD PEAK

 

CHERY TIGGO8 CSH

CHERY TIGGO8 CSH รถยนต์อเนกประสงค์ SUV ระดับพรีเมียมสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่มีดีไซน์
สง่างาม ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ CSH (Chery Super Hybrid) แบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) ทรงพลังและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมมอบความสะดวกสบายเหนือระดับกับห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะนั่งแบบ 3 แถว รองรับผู้โดยสารสูงสุด 7 ที่นั่ง รวมถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ ฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกสบาย และระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัย

   

CHERY TIGGO8 CSH สะท้อนความสง่างามตั้งแต่แรกเห็นด้วยดีไซน์กระจังหน้าทรงเพชรอันโดดเด่น (Diamond Grill) รับกับชุดไฟหน้า LED อัจฉริยะพร้อมไฟส่องสว่างกลางวัน (Daytime Running Light)
เสริมด้วยกระจกมองข้างที่ติดตั้งไฟส่องสว่างสำหรับเวลากลางคืน เพิ่มความปลอดภัย และความมั่นใจในทุกสภาพแสง เพิ่มความหรูหราด้วยมือจับประตูแบบซ่อนเสริมเส้นสายให้ตัวรถเรียบหรู และล้ำสมัยยิ่งขึ้น

ดีไซน์ด้านท้าย โดดเด่นด้วยแถบไฟท้ายแนวนอน (Signature Taillight Strip) ที่เชื่อมต่อเต็มความกว้าง เสาอากาศแบบครีบฉลาม ราวหลังคา โดยเสริมความสปอร์ตด้วย สปอยเลอร์หลัง และ ดิฟฟิวเซอร์

CHERY TIGGO8 CSH มาพร้อมมิติตัวถังที่เหนือกว่าเอสยูวีระดับเดียวกัน ด้วยความกว้าง 1,860 มม. ความยาว 4,725 มม. และความสูง 1,705 มม. ทำให้ภายในห้องโดยสารกว้างขวางเป็นพิเศษ รองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 7 ที่นั่ง มอบความสะดวกสบายตลอดทุกการเดินทางของครอบครัวยุคใหม่

ภายในห้องโดยสารของ CHERY TIGGO8 CSH มอบความสะดวกสบายให้ทั้งผู้ขับขี่ และผู้ร่วมเดินทาง โดยเบาะนั่งคู่หน้าได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ติดตั้งระบบระบายอากาศเต็มรูปแบบ (Seat Ventilator)
ทั้ง 2 ฝั่ง พร้อมเพิ่มความผ่อนคลายในการเดินทางไกลด้วยระบบรองรับส่วนเอวแบบปรับไฟฟ้า (Lumbar Support) นอกจากนี้ที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าออกแบบเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของสุภาพสตรี (Queen Seat) ติดตั้งฟังก์ชั่นนวด 10 จุด สามารถเลือกโหมดการทำงานได้ถึง 5 รูปแบบและที่รองน่องเพื่อที่สุดของความสบาย

ส่วนห้องโดยสารแถวหลังได้รับการออกแบบให้มีความกว้างขวาง ให้ความสบายตลอดการเดินทางด้วยระบบปรับอากาศแถวที่ 2 ช่วยกระจายความเย็นให้ผู้โดยสารภายในรถอย่างทั่วถึง โดยสามารถปรับเลื่อนเบาะที่นั่งเพื่อเพิ่มพื้นที่วางขาได้อีก 40 เซนติเมตร และอีกความอเนกประสงค์ของเบาะแถวที่ 3 สามารถพับแบนราบเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่สูงสุดได้ถึง 1,930 ลิตร

สำหรับหน้าจอแสดงข้อมูลของผู้ขับขี่มีขนาด 10.25 นิ้วพร้อมจอแสดงผลบริเวณกระจกหน้า Head-up Display บริเวณคอนโซลกลางจอควบคุมระบบความบันเทิงแบบทัชสกรีนขนาด 15.6 นิ้ว พร้อมแท่นชาร์จ
ไร้สายกำลังไฟ 50 วัตต์ ชาร์จสมาร์ตโฟนจาก 20 – 80% เพียง 40 นาที

TIGGO8 CSH พรีเมียมเอสยูวีมาพร้อม CSH (Chery Super Hybrid) เทคโนโลยีเอกสิทธิ์ของ CHERY แบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) โดยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ที่มีกำลังสูงสุด 143 แรงม้า และแรงบิด 215 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับระบบไฮบริดที่ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 358 แรงม้า และแรงบิด 520 นิวตันเมตร ทำให้กำลังรวมสูงสุด 501 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 735 นิวตันเมตร สร้างอัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 6.8 วินาที โดยสามารถขับด้วยโหมดไฟฟ้า 100% เป็นระยะทางสูงสุด 95 กิโลเมตร (มาตรฐานทดสอบ NEDC) และมีระยะทางการขับรวม (ในระบบปลั๊ก-อิน ไฮบริด) สูงสุด 1,200 กิโลเมตร

สำหรับระบบขับเคลื่อน Plug-in Hybrid CSH ติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ใช้เวลา 10 – 100% ในเวลา 8.5 ชั่วโมง (โดยประมาณ) และชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง (DC) 30 – 80% ในเวลา 20 นาที (โดยประมาณ) พร้อมระบบ Vehicle-to-load (V2L) เพื่อจ่ายไฟฟ้าจากแบตเตอรี่สู่เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ด้วยกำลังสูงสุด 3.3 กิโลวัตต์

นอกจากนี้ CHERY เพิ่มความมั่นใจในการปกป้องแบตเตอรี่ของ TIGGO8 CSH ด้วยแผ่นป้องกันด้านใต้ท้องรถที่ผลิตจากวัสดุเหล็กกล้าพิเศษความหนา 0.8 มม. พร้อมระบบตัดไฟอัตโนมัติเพียง 2 มิลลิวินาที ทนทานต่อฝุ่น และน้ำด้วยมาตรฐาน IP68 รองรับการลุยน้ำลึกถึง 300 มม. และใช้งานได้ในอุณหภูมิตั้งแต่ -35 เซลเซียสจนถึง 60 เซลเซียสภายใต้เทคโนโลยี CSH รวมทั้งผ่านการทดสอบด้วยการแช่ในน้ำทะเลนานต่อเนื่องมากกว่า 50 ชั่วโมง ระหว่างกิจกรรม Global Safety Challenge ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยไม่ปรากฏ
ความเสียหายใดๆ

เทคโนโลยี และระบบความปลอดภัยล้ำสมัยใน CHERY TIGGO8 CSH

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบควบคุมการขับขี่ความเร็วต่ำ (Traffic Jam Assist)
  • ระบบช่วยออกตัวรถ (Departure Assist)
  • ระบบกล้องแสดงภาพรอบคัน 540 องศา
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Assist Control)
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control)
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Auto Emergency Braking)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Front Collision Warning)
  • ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Brake)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบเตือนก่อนเปิดประตู (Door Opening Warning)
  • ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (Lane Departure Warning)
  • ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ (Integrated Cruise Assistant)
  • ระบบฉุกเฉินช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร (Lane Emergency Keeping)
  • ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Detection)
  • ระบบป้องกันรถออกนอกช่องจราจร (Lane Departure Prevention)
  • ระบบเข็มขัดนิรภัยดึงกลับอัตโนมัติเมื่อเกิดการชน (Pre-tensioned Seat Belt)
  • ถุงลมนิรภัย 10 ตำแหน่ง

ทั้งหมดนี้้ทำให้ CHERY TIGGO8 CSH นับเป็นรถเอสยูวีพรีเมียมที่มาพร้อมสมรรถนะที่เหนือระดับด้วยอัตราเร่งที่รวดเร็ว ความเงียบสบายในห้องโดยสารและความนุ่มนวลในทุกการขับขี่

CHERY TIGGO8 CSH มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเขียว Aura Green, สีดำ Crystal Black, สีเทา Emerald Gray และสีขาว Ivory White โดยมีวางจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่

  • CHERY TIGGO8 CSH PHEV 2WD ESTEEM
  • CHERY TIGGO8 CSH PHEV 4WD ELITE

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *