“นิกร” รมว.พม. เปิดเวทีใหญ่ ผนึกกำลัง 20 กระทรวง ขับเคลื่อนกลไกพัฒนาสตรี ลดความเหลื่อมล้ำทางเพศ สร้างสังคมที่ทุกคนได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน
“นิกร” รมว.พม. เปิดเวทีใหญ่ ผนึกกำลัง 20 กระทรวง ขับเคลื่อนกลไกพัฒนาสตรี ลดความเหลื่อมล้ำทางเพศ สร้างสังคมที่ทุกคนได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน

วันที่ 28 เมษายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนกลไกการดำเนินงานด้านการพัฒนาสตรี สำหรับผู้บริหารด้านการเสริมสร้างบทบาทหญิงชาย (Chief Gender Equality Officer : CGEO) และเจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานด้านความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย (Gender Focal Point : GFP) จากหน่วยงานภาครัฐ ระดับกระทรวง กรม หรือเทียบเท่า

โดยมี นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวรายงาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวง พม. และ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น จังหวัดนนทบุรี

นายนิกร กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ในฐานะหน่วยงานระดับชาติในการประสานการขับเคลื่อนการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และเสริมพลังสตรี รวมทั้งขับเคลื่อนกลไกเพื่อสร้างพลังความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ โดยมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้มีการจัดตั้งผู้บริหารด้านการเสริมสร้างบทบาทหญิงชาย (Chief Gender Equality Officer : CGEO) และศูนย์ประสานงานด้านความเสมอภาคระหว่างเพศ (Gender Focal Point : GFP) เพื่อเป็นกลไกที่สำคัญในการนำประเด็นความเสมอภาคระหว่างเพศ และการเสริมพลังสตรีไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งปัจจุบันได้มีการแต่งตั้ง CGEO และ GFP ครบทั้งหมด 20 กระทรวง รวมจำนวนทั้งสิ้น 141 หน่วยงาน


โดยหน่วยงานต่าง ๆ ได้มีการขับเคลื่อนและรายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาสตรี (พ.ศ. 2566 – 2570) อย่างต่อเนื่อง ผ่านระบบการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเพศในสังคมไทย (E-Mergis) ซึ่งพบว่า หน่วยงานภาครัฐมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างหลากหลาย อาทิ ด้านเศรษฐกิจ โดยกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง มีการจัดเก็บข้อมูลผู้เสียภาษีจำแนกเพศ เพื่อวิเคราะห์ที่มารายได้ประเทศ , ด้านสวัสดิการ โดยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี มีการมอบเงินขวัญถุงแก่คู่สมรสบุคลากรครอบคลุมทั้งคู่รักต่างเพศ และเพศเดียวกัน (LGBTQIAN+) และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีการจัดกิจกรรม ปิดเทอมใหญ่หัวใจผาสุก เพื่อเป็นทางเลือกในการสร้างเสริมประสบการณ์และทักษะในการอยู่ร่วมกันให้กับบุตร – ธิดา ของบุคลากร ระดับ ป.1 – ป.6 ระหว่างปิดภาคเรียน , ด้านการจัดการภัยพิบัติ โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย มีการจัดทำคู่มือช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่คำนึงถึงความจำเป็นจำเพาะตามเพศ (Gender-sensitive kits) และกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการจัดทำ “คู่มือการบูรณาการมิติความเท่าเทียมระหว่างเพศในการจัดทำงบประมาณด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” และด้านสาธารณสุข โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีการพัฒนาโมเดลการส่งเสริมสุขภาพสำหรับกลุ่ม LGBTQIAN+ และโครงการ “มหัศจรรย์ 1,000 วัน” เพื่อสุขภาพแม่และเด็ก

นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนกลไกการดำเนินงานด้านการพัฒนาสตรีในวันนี้ มุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และส่งเสริม ผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาสตรี (พ.ศ. 2566 – 2570) สู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งสามารถรายงานผลการดำเนินงานในระบบ E-Mergis ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงการขับเคลื่อนการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ (Gender Responsive Budgeting : GRB) เพื่อสนับสนุนการก้าวสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development : OECD) ทั้งนี้ ตนขอชื่นชมตัวอย่างความสำเร็จจากหลายหน่วยงานภาครัฐ นับว่าเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยให้แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาสตรีบรรลุผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม เพราะเป้าหมายของเรา คือการทำให้แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาสตรี (พ.ศ. 2566 – 2570) ไม่ใช่เพียงแผนในแผ่นกระดาษ แต่เป็นแนวทางที่ทุกหน่วยงานสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างสังคมที่ทุกคนได้รับสิทธิและความคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกัน
