คปภ. ร่วมกับ AITRI จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “การบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร และการเสริมสร้างความยืดหยุ่นเชิงปฏิบัติการ” แก่หน่วยงานกำกับดูแล 10 ประเทศ
คปภ. ร่วมกับ AITRI จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “การบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร
และการเสริมสร้างความยืดหยุ่นเชิงปฏิบัติการ” แก่หน่วยงานกำกับดูแล 10 ประเทศ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ร่วมกับสถาบันวิจัยและ
นำเสนอข่าวโดย : กลุ่มงานสื่อสารองค์กร
การฝึกอบรมด้านการประกันภัยแห่งอาเซียน (The ASEAN Insurance Training & Research Institute : AITRI) จัดการอบรม
เชิงปฏิบัติการเรื่อง การบริหารความเสี่ยงระดับองค์กรและการเสริมสร้างความยืดหยุ่นเชิงปฏิบัติการ ระหว่างวันที่
18 – 22 สิงหาคม 2568 โดยมีนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
(เลขาธิการ คปภ.) ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดการอบรมฯ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลลาดพร้าว กรุงเทพฯ
เลขาธิการ คปภ. ได้กล่าวถึง ความท้าทายของภาคการเงินและประกันภัยที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันว่ามีความซับซ้อนมากขึ้น
เชื่อมโยงกันมากขึ้น และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ก่อให้เกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงและบ่อยครั้ง
ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ขณะเดียวกัน นวัตกรรมทางเทคโนโลยีก็กำลังพลิกโฉมบริการทางการเงิน แต่ก่อให้เกิดความเสี่ยง
รูปแบบใหม่ที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ อีกทั้ง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และความปั่นป่วน
เชิงระบบ ล้วนทำให้กรอบการกำกับที่เข้มแข็งยิ่งมีความสำคัญต่อการคุ้มครองผู้เอาประกันภัย การรักษาเสถียรภาพ และการสร้าง
ความเชื่อมั่นของสาธารณชน ดังนั้น การบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร (Enterprise Risk Management : ERM) และความยืดหยุ่น
เชิงปฏิบัติการ (Operational Resilience) จึงถือเป็นเครื่องมือที่จำเป็นทั้งต่อหน่วยงานกำกับดูแลและภาคอุตสาหกรรมประกันภัย
สำหรับการอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มุ่งเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการประยุกต์ใช้ ERM ในการกำกับดูแลและการ
ดำเนินธุรกิจประกันภัย รวมถึงพัฒนาความรู้ด้านความเพียงพอของเงินกองทุนและความมั่นคงทางการเงินตามหลักเกณฑ์ความเสี่ยง
การทดสอบความเพียงพอของเงินกองทุน และการสร้างแบบจำลองความเสี่ยงขั้นสูง อีกทั้งยังมุ่งยกระดับทักษะด้านการบริหาร
ความเสี่ยง โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและการลงทุน ตลอดจนการบูรณาการปัจจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าสู่
การทดสอบภาวะวิกฤติ (Stress Testing) ขณะเดียวกัน ยังได้เสริมสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินงานผ่านการเรียนรู้การวัดความ
เสี่ยงด้านการดำเนินงาน การประเมินผลกระทบ การใช้กรอบการเตือนภัยล่วงหน้า และการจัดทำแผน รองรับเหตุฉุกเฉิน
นอกจากนี้ยังส่งเสริมความตระหนักและความพร้อมต่อความเสี่ยงจากฟินเทคและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่อาจกระทบต่อภาคธุรกิจ
ประกันภัยและการกำกับดูแล โดยการอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 30 ท่าน ซึ่งเป็นผู้แทนจากหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยใน
ภูมิภาคอาเซียนและภูมิภาคอื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 10 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย สปป. ลาว อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน เนปาล โอมาน
อินโดนิเซีย เวียดนาม และไทย
“สำนักงาน คปภ. ตระหนักดีว่าประโยชน์ที่แท้จริงของ ERM-ORSA จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น สำนักงานฯ จึงได้ออกประกาศ ERM-ORSA ตั้งแต่ปี 2562 เพื่อก้าวข้ามกรอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
ไปสู่การเสริมพลังให้บริษัทประกันภัยสามารถใช้ ERM-ORSA เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการยกระดับเสถียรภาพทางการเงิน
เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่น ขณะเดียวกัน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล สำนักงานฯ ยังได้
กำหนดแนวทางการรายงาน ERM-ORSA และยกระดับคุณภาพรายงานตั้งแต่ปี 2563 โดยได้รับความร่วมมือจากภาคอุตสาหกรรม
ประกันภัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการยกระดับกรอบการกำกับดูแลตามความเสี่ยง (Risk-Based Supervision : RBS) ผ่านการ
สนับสนุนการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กรและระบบควบคุมภายใน เพื่อให้การบูรณาการเข้ากับกลยุทธ์องค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้
