Warning: sprintf(): Too few arguments in /var/www/vhosts/socialplusthai.com/httpdocs/wp-content/themes/covernews/lib/breadcrumb-trail/inc/breadcrumbs.php on line 253

แอสตัน มาร์ติน แบงคอก เปิดตัว DB12 Volante ที่สุดแห่งยนตรกรรม Super Tourer เปิดประทุน อย่างเป็นทางการ  

0

แอสตัน มาร์ติน แบงคอก เปิดตัว DB12 Volante ที่สุดแห่งยนตรกรรม Super Tourer เปิดประทุน อย่างเป็นทางการ

   

  • ดีบี12 โวลานเต้ ใหม่ ผสมผสานความภูมิฐานและความเป็นอิสระสไตล์รถเปิดประทุน เข้ากับความหรูหราระดับอัลตราลักชัวรี่ สมรรถนะที่เปี่ยมล้น และการควบคุมแบบสปอร์ต
  • กลไกหลังคาเปิดประทุนดีที่สุดในรถกลุ่มเดียวกัน ประหยัดพื้นที่และทำงานได้เร็ว
  • ห้องโดยสารมาพร้อม HMI (Human Machine Interface) แบบพิเศษ ผสานระบบ อินโฟเทนเมนท์เหนือระดับ
  • เครื่องยนต์เบนซิน วี8 สูบ ทวินเทอร์โบ 4.0 ลิตร ทำได้ 680 แรงม้า (PS) แรงบิด 800 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 3.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง    

แอสตัน มาร์ติน แบงคอก ผู้นำเข้าและจำหหน่ายรถยนต์ แอสตัน มาร์ติน อย่างเป็นทางการ ในประเทศไทย ภูมิใจนำเสนอ ดีบี12 โวลานเต้ ใหม่ (New DB12 Volante) ซึ่งเป็นรุ่น ที่ต่อยอดจาก ดีบี12 คูเป้ (DB12 Coupe) ที่ผสมผสานสมรรถนะของยนตรกรรมซูเปอร์ทัวเรอร์ เข้ากับความสุนทรีย์ของการขับรถเปิดประทุน นับเป็นยนตรกรรมสปอร์ตสุดหรูที่มีระดับ ซึ่งมีความสง่างามและคุณลักษณะแบบสปอร์ตที่ยากจะหาใครมาเทียบ ทำให้ ดีบี12 โวลานเต้ เป็นยนตรกรรมรุ่นล่าสุดในกลุ่มรถเปิดประทุนสมรรถนะสูงของ แอสตัน มาร์ติน ที่มาพร้อมความประณีตทุกรายละเอียด และรูปลักษณ์ที่อยู่เหนือกาลเวลา ผสานเทคโนโลยีและวิศวกรรมล้ำสมัย ขณะที่ประสบการณ์การขับ ก็ได้รับการปรับแต่งถึงขีดสุดแห่งความเป็นไปได้

ธเนศ อนุจารีย์อาภา ผู้จัดการทั่วไป แอสตัน มาร์ติน แบงคอก กล่าวว่า “การขับรถเปิดประทุน นับเป็นหนึ่งในประสบการณ์พิเศษที่หลายคนถวิลหา ซึ่ง แอสตัน มาร์ติน โวลานเต้ ได้นำเสนอประสบการณ์ดังกล่าว ในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์มานานกว่าหกทศวรรษ เช่นเดียวกับ ดีบี12 โวลานเต้ ใหม่ ที่สามารถหยิบยื่นความรู้สึกพิเศษได้อย่างเต็มเปี่ยม โดยไม่ส่งผลกระทบ กับสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของ ดีบี12 คูเป้ ท้าทายความเชื่อแบบดั้งเดิม และน่าจะได้ เสียงตอบรับที่ดี จากลูกค้าในปัจจุบัน”

++ เสน่ห์เย้ายวน เกินต้าน กับหลังคาอัตโนมัติ ‘K-FOLD’

มองจากภายนอก แอสตัน มาร์ติน ดีบี12 โวลานเต้ นำเสนอการออกแบบที่กล้าแกร่งและแน่วแน่ของยนตรกรรมสไตล์คูเป้ โครงสร้างตัวถังอะลูมิเนียมมีความแข็งแกร่งสูง ผสานกลไกหลังคาผ้าใบอัตโนมัติ ‘K-Fold’ ตั้งชื่อตามการพับเก็บสองขั้นตอน ทำให้มีความสูงเพียง 260 มิลลิเมตร รูปทรงเพรียวบางและดูงดงาม ใช้เวลาเปิด-ปิดเพียง 14 และ 16 วินาที ตามลำดับ พร้อมฉนวนมากถึง 8 ชั้น ทำให้ ดีบี12 โวลานเต้ มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเหนือรถเปิดประทุนทั่วไป โดยเมื่อเปิดใช้งาน หลังคาจะพับเก็บอัตโนมัติอยู่ใต้ฝาปิดหนังแท้ ผสานเส้นสายตัวถังที่เพรียวบาง นำสายตาสู่ห้องโดยสารอันหรูหรา ตัดกันกับตัวถังด้านท้ายที่ดูบึกบึนและทรงพลัง

++ หรูหรา สะดุดตาทุกมิติ กับห้องโดยสารอันล้ำสมัย

รายละเอียดอันน่ารื่นรมย์ที่ทำให้ห้องโดยสารของ ดีบี12 โวลานเต้ ดูแตกต่างจากรถคูเป้ คือ แผงไม้หรือแผงคาร์บอนไฟเบอร์บนพนักพิง แบบเดียวกับขอบประตู สร้างมิติที่น่าดึงดูดใจ และความหรูหราแบบพิเศษ ระบบอินโฟเทนเมนต์ล้ำสมัย และ HMI (Human Machine Interface) แบบใหม่ ช่วยให้ผู้โดยสารไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ แสดงผลผ่านทัชสกรีนอเนกประสงค์ ‘Pure Black’ ขนาด 10.25 นิ้ว ควบคู่กับการติดตั้งปุ่มและสวิตช์ควบคุมระบบที่สำคัญ เพื่อให้ผู้ขับสามารถใช้งานได้ง่ายที่สุด เพิ่มความสุนทรีย์ยามขับเคลื่อน ด้วยเครื่องเสียง Bowers & Wilkins 390 วัตต์ 11 ลำโพง

++ แรงสะใจ ทรงพลังมากที่สุดในรถกลุ่มเดียวกัน

ยกระดับให้กับรถ จีที สู่การเป็นยนตรกรรมซูเปอร์ ทัวเรอร์ ขึ้นทำเนียบยนตรกรรมพลังแรงที่สุดในคลาส ด้วยขุมพลังเบนซินทวินเทอร์โบ วี8 สูบ 4.0 ลิตร 680 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 800 นิวตันเมตร ที่ 2,750-6,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ (ZF 8HP75) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 3.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

++ เฉียบคม กับแฮนด์ลิงระดับซูเปอร์ทัวเรอร์

อีกหนึ่งความพิเศษของ แอสตัน มาร์ติน DB12 คือ ช่วงล่างหน้า-ดับเบิลวิชโบน และหลัง-มัลติลิงค์ พร้อมโช้กอัพอะแดปทีฟ ‘BILSTEIN DTX’ ที่มีความความยืดหยุ่น นุ่มหนึบ และความละเอียดในการขับมากขึ้นถึง 500% (เทียบกับ DB11 V8) นอกจากนั้นยังเป็นครั้งแรก ที่มีการติดตั้งเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิป ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-diff) กับยนตรกรรมสายพันธุ์ DB ควบคุมรถอย่างมั่นใจด้วยคาลิเปอร์เบรกหน้า 6 พ็อต หลัง 4 พ็อต จับคู่จานเบรกโลหะเจาะรูระบายความร้อน หน้า-หลังขนาด 400 และ 360 มิลลิเมตร ตามลำดับ พร้อมมีจานเบรก คาร์บอนเซรามิก เจาะรูระบายความร้อน หน้า-หลังขนาด 410 และ 360 มิลลิเมตร เป็นออปชั่น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการชะลอความเร็ว และลดน้ำหนักใต้สปริงได้ถึง 27 กิโลกรัม ปิดท้ายด้วยล้อฟอร์จขนาด 21 นิ้ว จับคู่กับยาง Michelin Pilot Sport S 5 แก้มยางระบุอักษร ‘AML’ บ่งบอกว่าผลิตมาสำหรับ แอสตัน มาร์ติน DB12 พิเศษกับโครงสร้างโฟมด้านใน ช่วยลดเสียงรบกวน และนุ่มนวลยิ่งขึ้น โดยมีขนาดหน้า-หลัง 275/35/ZR21 และ 325/30/ZR21 ตามลำดับ

แอสตัน มาร์ติน ดีบี12 โวลานเต้ ยังคงรักษาจุดเด่นของยนตรกรรมซูเปอร์ทัวเรอร์ไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งความประณีตหรูหรา มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย ผสานสุนทรียะแห่งการขับรถเปิดประทุน นับเป็นยนตรกรรมที่พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษ ให้กับผู้ครอบครองได้อย่างแท้จริง

ราคาเริ่มต้น 24.9 ล้านบาท พร้อมการรับประกัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

 

CP LAND สร้างปรากฏการณ์แห่งใหม่ พร้อมแล้วกับ LUXRIVA RESIDENCES บ้านเดี่ยวสุดหรูในนครศรีธรรมราช 16กรกฎาคม 2567 – กรุงเทพฯ, บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย สร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งเมืองนครศรีธรรมราช พร้อมแล้วกับเปิดตัว LUXRIVA RESIDENCES (ลักซ์ริวา เรสซิเดนเซส) บ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรีสุดหรูบนทำเลศักยภาพนครศรีธรรมราช โครงการแรกของ CP LAND หลังการรีเฟรชแบรนด์ในรอบ 40 ปี สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับแห่งการใช้ชีวิตกับบ้านเดี่ยวที่ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายวัฒนธรรมท้องถิ่นใต้ได้อย่างลงตัว มุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง (High-Net-Worth Individuals: HNWIs) นักธุรกิจ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ประกอบการท้องถิ่น หรือ Local Achiever ราคาเริ่มต้น 14 – 25 ล้านบาท* จำนวน 115 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 1,800 ล้านบาท นายกีรติ ศตะสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND เปิดเผยว่า CP LAND พร้อมแล้วกับการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ เปิดตัวแบรนด์โครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรีโครงการแรก ภายใต้ชื่อ LUXRIVA RESIDENCES จำนวน 115 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 1,800 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด ‘Modern-Tropical Luxury Living นิยามใหม่ เหนือระดับแห่งการใช้ชีวิต’ ชูดีไซน์การออกแบบผสมผสานเอกลักษณ์ระหว่างศิลปวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคใต้ ให้เข้ากับความร่วมสมัย เพื่อสร้างคุณค่าสะท้อนการใช้ชีวิตและตัวตนของผู้อยู่อาศัย รวมทั้งการออกแบบบ้านที่เข้ากับสภาพอากาศในประเทศเขตร้อนชื้น เริ่มตั้งแต่การออกแบบที่คำนึงถึงทิศทางของแดด ลม ฝน ความปลอดโปร่ง ส่งผลให้กระแสลมพัดผ่านง่าย ทำให้ความร้อนในอากาศถูกระบายออกได้ดี ให้ความรู้สึกเป็น บ้านร่มเย็น แม้ในวันที่อากาศร้อน ผนวกกับความหรูหราของดีไซน์บ้าน ที่พร้อมจะนิยามใหม่ สู่ชีวิตที่เหนือระดับมากยิ่งขึ้น การเปิดตัวในครั้งนี้เป็นก้าวย่างที่สำคัญของ CP LAND หลังจากการรีเฟรชแบรนด์ในรอบ 40 ปี โดย CP LAND ได้ขยายสู่ตลาดบ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรีหรูในส่วนภูมิภาค CP LAND ได้พลิกโฉมโปรดักต์ใหม่ทั้งหมด ทั้งในแง่การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพตอบโจทย์ความลักซ์ชัวรี การออกแบบดีไซน์บ้านเดียวทั้งภายในและภายนอก พื้นที่ส่วนกลาง สภาพแวดล้อมและบรรยากาศโดยรอบ ภาพลักษณ์ และแบรนด์ดิ้งใหม่ทั้งหมด ตลอดจนการยกระดับการบริการก่อนและหลังการขาย ที่สำคัญตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง (High-Net-Worth Individuals) นี่จึงเป็นอีกความตั้งใจ ที่ CP LAND ตั้งใจจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในส่วนภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง และเป็นการสร้างความเจริญให้กับชุมชนโดยรอบ ตามแนวคิดของ CP LAND คือ คุณภาพเพื่อทุกชีวิต หรือ Accessible Communities for Life นายดำรงศักดิ์ ถุงเงิน ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขายและการตลาดโครงการ บริการหลังการขายและลูกค้าสัมพันธ์ CP LAND กล่าวว่า สำหรับโครงการ LUXRIVA RESIDENCES ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพรายล้อมด้วย Mixed-Use Community บน ถ.พัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นำเอาความหรูหรามาผสานกับเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัดนครศรีฯ ผ่านการสัมภาษณ์ เพื่อทำความเข้าใจทัศนคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการอยู่อาศัยของชาวนครศรีธรรมราช รวมถึงการศึกษาค้นคว้าอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี และศิลปะท้องถิ่นที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการพัฒนาโครงการ จึงเกิดเป็น LUXRIVA RESIDENCES บ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรีที่มีความเป็นส่วนตัว (Privacy) อยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติขนาดใหญ่ มีพื้นที่ปรับเปลี่ยนได้ตามฟังก์ชันการใช้งาน (Flexible Area) ด้วยดีไซน์แบบ Modern-Tropical ที่ออกแบบจากทีมผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและนอกพื้นที่ ให้ความรู้สึกเป็น บ้านร่มเย็น นอกจากนี้ CP LAND ยังได้นักออกแบบฝีมือดีอย่างคุณศุภชัย แกล้วทนงค์ ศิลปินชาวนครศรีธรรมราชนักออกแบบผู้พาภูมิปัญญาท้องถิ่นภาคใต้ของไทยออกไปให้โลกรู้จัก มาร่วมเป็น Art & Culture Design Consultant นำความเป็นพื้นบ้านของลวดลายผ้ายกจังหวัดนครศรีฯ มาสื่อสารให้มีความร่วมสมัย กลายเป็นพื้นที่ศิลปะภายในโครงการ ทั้งประติมากรรมวงเวียนโครงการ ลวดลายทางข้าม ทางม้าลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง (HNWIs) สะท้อนวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยที่มีลักษณะเป็น Local Achiever หรือประสบความสำเร็จในชีวิต เรียบง่ายแต่แฝงด้วยความสมบูรณ์แบบ การใช้ชีวิตท่ามกลาง ‘ธรรมชาติ’ และ ‘สุนทรียภาพ’ ความงดงามสะท้อนการใช้ชีวิตเหนือระดับ ทุกรายละเอียดรังสรรค์มาจากความเข้าใจ ถูกถ่ายทอดอย่างพิถีพิถัน พร้อมต่อยอดสู่เรื่องราวบทใหม่ ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวด้วยสภาพแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย เดินทางความสะดวก เพราะอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้า สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล สำนักงาน CP Tower และโรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน นครศรีธรรมราช LUXRIVA RESIDENCES มีเนื้อที่รวมประมาณ 44 ไร่ จำนวน 115 ยูนิต โดยมีประเภทของบ้าน 3 แบบ ได้แก่ 1) Type A: Ashley – แอชลีย์ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 285 ตร.ม. เนื้อที่ดินเริ่มต้น 82 ตร.ว. 2) Type B: Berkley – เบิร์กลีย์ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 360 ตร.ม. เนื้อที่ดินเริ่มต้น 100 ตร.ว 3) Type C: Clara – คลาร่า ขนาดพื้นที่ใช้สอย 465 ตร.ม. เนื้อที่ดินเริ่มต้น128 ตร.ว การออกแบบดีไซน์แสดงออกถึงความเป็นธรรมชาติของโครงการที่มีจุดเด่น คือ เพดานบ้านสูง (Double Volume) 6.6 เมตร บริเวณ Living Area ทุกหลัง อากาศหมุนเวียน ถ่ายเทสะดวก ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง โล่งสบาย กว้างขวาง สว่าง สง่างาม และโดดเด่น โถสุขภัณฑ์แบบ Smart Toilet ที่จอดรถกว้างสามารถจอดได้สะดวก อ่างอาบนํ้าในห้องนอน Master Bedroom รับประกันโครงสร้างบ้าน 10 ปี* เป็นโครงการแรก ครอบคลุมทั้งเรื่องโครงสร้างอาคาร การรั่วซึมของหลังคา การรั่วซึมของระบบท่อและไฟฟ้า การใช้งานของประตูและหน้าตา พื้นที่ส่วนกลางอย่าง Clubhouse มี THE COMMON ที่เป็น Co-Kitchen ลูกบ้านสามารถมาใช้พื้นที่สำหรับทำอาหาร จัดงานเลี้ยงปาร์ตี้สังสรรค์ มีห้อง RIVA LOUNGE ที่เป็น Co-Working Space หรือ Living Area ใช้สำหรับนั่งเล่น นั่งทำงาน ประชุมงาน มีห้อง ACTIVE SPACE ที่เป็น Gym และ Yoga Studio สระว่ายนํ้ากลางแจ้ง ขนาด Half Olympic กว้างถึง 5 เมตร ยาว 25 เมตร พร้อม Sunbathe และพื้นที่ Outdoor Lounge พื้นที่สีเขียวสวนขนาดใหญ่กว่า 3 ไร่ พร้อม Sunken Seat, Amphitheater, Children’s Playground Zone และ Jogging Area นอกจากนี้ LUXRIVA RESIDENCES ยังมี Welcome Home Club by CP LAND หน่วยงานด้านลูกค้าสัมพันธ์ที่ให้การบริการงานรับประกัน และดูแลสุขภาพบ้านของคุณอย่างต่อเนื่องโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่วันแรก เริ่มจากให้คำปรึกษาและข้อมูลด้านสินเชื่อ การโอนกรรมสิทธิ์ การตรวจรับมอบห้องชุด/บ้าน การรับประกันและงานแจ้งซ่อม รวมถึงบริการ Premium Care ที่พร้อมให้บริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกบ้านอยู่สบาย และใช้ชีวิตได้อย่างไร้กังวล ติดตามข้อมูลข่าวสารและสอบถามรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติมได้ที่โทร 02-088-0999 Website: www.LUXRIVARESIDENCES.com แอดไลน์สอบถามข้อมูล https://bit.ly/3OwNCWF Facebook: LUXRIVA RESIDENCES Nakhon Si Thammarat Instagram: LUXRIVA RESIDENCES

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


Deprecated: Function WP_Scripts::print_inline_script is deprecated since version 6.3.0! Use WP_Scripts::get_inline_script_data() or WP_Scripts::get_inline_script_tag() instead. in /var/www/vhosts/socialplusthai.com/httpdocs/wp-includes/functions.php on line 6085