Warning: sprintf(): Too few arguments in /var/www/vhosts/socialplusthai.com/httpdocs/wp-content/themes/covernews/lib/breadcrumb-trail/inc/breadcrumbs.php on line 253

อีซูซุจัดเต็มมอเตอร์โชว์ 2024 นำเสนอยนตรกรรมหลากหลายทางเลือก รวมทั้งรถ EV เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์

0

อีซูซุจัดเต็มมอเตอร์โชว์ 2024
นำเสนอยนตรกรรมหลากหลายทางเลือก
รวมทั้งรถ EV
เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์

  
อีซูซุจัดเต็มรถโชว์ ตอบโจทย์ทุกความต้องการทั้งด้าน การใช้งานและไลฟ์สไตล์อันหลากหลายกับไฮไลท์รถปิกอัพไฟฟ้าต้นแบบ “Isuzu D-Max EV Concept” และรถบรรทุกไฟฟ้า “Isuzu Elf EV” เพื่อก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนพร้อมรถแต่งสร้างแรงบันดาลใจ และรถรุ่นมาตรฐานยอดนิยมกับโซนตกแต่ง 5 โซน รวมทั้งสิ้น 15 คัน
และกิจกรรมความสนุกในรูปแบบต่าง ๆ ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2024 ครั้งที่ 45 ตั้งแต่วันที่ 27
มีนาคม – 7 เมษายน 2567 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี


มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา
อีซูซุได้ประกาศนโยบายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนด้วยแนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality) ครอบคลุมการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ การพัฒนาพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่รวมถึงระบบการจัดการและกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ของอีซูซุ โดยคำนึงถึงความต้องการที่ซับซ้อนและแตกต่างกันของลูกค้าในงานมอเตอร์โชว์ 2024 นี้ อีซูซุได้นำรถพลังงานไฟฟ้า 2 รุ่นมาอวดโฉม ได้แก่ “Isuzu D-Max EV Concept” รถปิกอัพไฟฟ้าต้นแบบ จากฐานการผลิตในประเทศไทยที่จะส่งออกไปยังประเทศนอร์เวย์ในปีหน้า และ “Isuzu Elf EV” รถบรรทุกไฟฟ้าที่เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือน มีนาคมปีที่แล้ว รวมถึงรถแต่งหลากหลายสไตล์เอาใจสายออฟโรดและเรซซิ่ง พร้อมรถมาตรฐานยอดนิยมอีกหลายรุ่น นำทีมโดย “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์” เหนือลิมิต…พิชิตโลก รถอเนกประสงค์สุดหรู “เดอะ นิว มิว-เอ็กซ์” รวมทั้งรถปิกอัพสปอร์ตดีไซน์ใหม่ “อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ แรง…ทะลุเวิร์ส” โดยรถทั้งหมดซึ่งมีทั้งรถต้นแบบ รถแต่งและรถรุ่นมาตรฐาน ได้นำมาจัดแสดงเป็นโซนเพื่อนำเสนอจุดแข็งด้านเทคโนโลยีในฐานะผู้นำรถเพื่อการพาณิชย์ของโลกและตอบโจทย์ครบด้านความอเนกประสงค์ที่เหนือกว่าทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและไลฟ์สไตล์” นอกจากนี้ มร. ทาคาชิ ฮาตะ ยังกล่าวอีกว่า


“อีซูซุพร้อมสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับนโยบายรัฐบาลไทยในการผลิตรถทุกรุ่นให้ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 5
ด้วยการใช้เทคโนโลยี DOC (Diesel Oxidation Catalyst)ในรถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ และระบบ DPD (Diesel
Particulate Diffuser) ในรถบรรทุกขนาดกลางบางรุ่น รถปิกอัพและรถนั่งอเนกประสงค์ ทำให้รถอีซูซุมาตรฐานยูโร 5 สามารถรักษาสมรรถนะรถประสิทธิภาพการใช้งานอันยอดเยี่ยมและยังสามารถลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น กล่าวคือ
รถอีซูซุทุกรุ่นสามารถผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 5 โดยไม่เติมน้ำยาบำบัดไอเสียในเครื่องยนต์ดีเซล เช่น AdBlue
ทั้งในรถปิกอัพ รถอเนกประสงค์ และรถบรรทุกอีซูซุทุกรุ่น ต่างกับเทคโนโลยีบำบัดไอเสียอื่น ๆ ที่ต้องเติมน้ำยาบำบัดไอเสีย เช่น AdBlue ตลอดการใช้งานเป็นการเพิ่มภาระและค่าใช้จ่ายแก่ผู้ใช้รถการพัฒนารถมาตรฐานยูโร 5
แม้จะทำให้ต้นทุนการผลิตรถสูงขึ้นมาก แต่เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับลูกค้ามากเกินไป อีซูซุจึงขอปรับราคารถมาตรฐานยูโร 5 เพิ่มขึ้นดังนี้
– รถอีซูซุเครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ยูโร 5
ราคาเพิ่มขึ้น 15,000 บาท
– รถอีซูซุเครื่องยนต์ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ยูโร 5
ราคาเพิ่มขึ้น 20,000 บาท
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 นี้เป็นต้นไป สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ”
โซนการตกแต่ง 5 คอนเซ็ปต์ภายในบูธอีซูซุ

1. โซนรถยนต์ไฟฟ้า (ISUZU EV VERSE) ครั้งแรกกับการจัดแสดงรถไฟฟ้าของอีซูซุ
พร้อมมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
 รถปิกอัพไฟฟ้าต้นแบบ “อีซูซุ ดีแมคซ์” (Isuzu D-Max EV Concept) รถปิกอัพ 4 ประตู ระบบขับเคลื่อน 4
ล้อแบบ Full Time
โดยใช้แพลตฟอร์มเดียวกันกับรถปิกอัพเครื่องยนต์ดีเซล ชุดมอเตอร์คู่และเฟืองท้าย “eAxle”
พัฒนาขึ้นใหม่ทำงานร่วมกันทั้งด้านหน้าและด้านหลังผสานกับช่วงล่างด้านหลังใหม่หมดแบบ De-Dion
มั่นใจบนทุกสภาพถนน เหมาะสมกับการใช้งานของรถปิกอัพ สร้างดุลยภาพในการขับขี่ทั้งความนุ่มนวล
และความสามารถในการบรรทุกอันยอดเยี่ยม จุดเด่นคือ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ให้กำลังรวมสูงสุด 130 กิโลวัตต์
แรงบิดรวมสูงสุด 325 นิวตัน-เมตร การออกแบบโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งช่วยเพิ่มความสามารถในการลากจูงได้
มีแผนจะเริ่มผลิตเพื่อส่งออกอย่างเป็นทางการจากฐานการผลิตประเทศไทยในปี 2568 และเปิดตัวในประเทศภาคพื้นทวีปยุโรปบางประเทศ เช่น นอร์เวย์
ในปี 2568 จากนั้นมีกำหนดการจะเปิดตัวในสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย ไทย ตลอดจนประเทศหรือภูมิภาคอื่น ๆ
เป็นลำดับถัดไปขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและความพร้อมของสาธารณูปโภคด้านสถานีชาร์จรถไฟฟ้า

รายละเอียดตัวรถ
– ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-time
– กำลังรวมสูงสุด: 130 กิโลวัตต์
– แรงบิดรวมสูงสุด : 325 นิวตัน-เมตร
– ระบบขับเคลื่อน eAxle ด้านหน้า :กำลังสูงสุด 40
กิโลวัตต์,แรงบิดสูงสุด 108 นิวตัน-เมตร
– ระบบขับเคลื่อน eAxle ด้านหลัง :กำลังสูงสุด 90
กิโลวัตต์,แรงบิดสูงสุด 217 นิวตัน-เมตร
– ความเร็วสูงสุด : มากกว่า 130 กิโลเมตร/ ชั่วโมง
– ความสามารถในการลากจูง : 3.5 ตัน
– ประเภทแบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน
– ความจุแบตเตอรี่สูงสุด : 66.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
– น้ำหนักบรรทุกสูงสุด : 1 ตัน
 รถบรรทุกไฟฟ้า “อีซูซุ เอลฟ์ อีวี” (Isuzu Elf EV)
พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Isuzu Modular Architecture and
Component Standard : I-MACS”
สำหรับรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยแนวคิดการออกแบบ “Center Drive System EV”
ซึ่งเป็นการออกแบบรถบรรทุกไฟฟ้าโดยเฉพาะที่คำนึงถึงความสมดุลของ การกระจายน้ำหนักรถ ระยะ ช่วงล้อหลัง
และรัศมีวงเลี้ยวที่เหมาะสม เหมาะกับการใช้งานบรรทุกเบา วิ่งระยะสั้น อาศัยความคล่องตัว โดยใช้แพลตฟอร์มเดียวกันกับรถบรรทุกเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งได้เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคา 2566 ในขณะเดียวกัน อีซูซุพัฒนาเทคโนโลยีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swapping System) เพื่อลดเวลาในการจอดชาร์จแบตเตอรี่ อีกทั้งยังสามารถเลือกแบตเตอรี่ ได้ตั้งแต่จำนวน 2-5 ก้อน เพื่อให้เหมาะกับระยะทางการขนส่ง
รายละเอียดตัวรถ
– ระบบขับเคลื่อน : ขุมพลังไฟฟ้าแบบมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวแบบ
4×2 (ขับเคลื่อนล้อหลัง)
– ช่วงล่าง : ด้านหน้า – ช่วงล่างแบบอิสระ ด้านหลัง – ช่วงล่างแบบแหนบ
– ระบบเบรก : ดิสก์เบรก หน้าและหลัง เบรกมือไฟฟ้า พร้อมระบบ Auto Brake Hold
– ประเภทแบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน
– ความจุแบตเตอรี่ (ที่ใช้งานได้) : 100 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
– กำลังสูงสุด : 150 กิโลวัตต์
– แรงบิดสูงสุด : 370 นิวตัน-เมตร
– ขนาดรถ : (ยาว) 6,098 มม. x (กว้าง) 1,995 มม. x (สูง) 2,214 มม.
– ระยะฐานล้อ : 3,395 มม.
– น้ำหนักรถเปล่า : 3.2 ตัน
– น้ำหนักรถรวมบรรทุก : 7.5 ตัน
– การชาร์จ : รองรับมาตรฐานการชาร์จแบบ ChadeMo
อีกทั้งมีระบบ Regenerative Braking ซึ่งสามารถชาร์จในระหว่างการเบรกกลับเข้าแบตเตอรี่และผู้ใช้งานสามารถเลือกระดับการชาร์จพลังงานกลับได้

โดยอีซูซุได้เตรียมมาตรฐานการชาร์จที่เหมาะสมกับแต่ละประเทศ เช่น หัวชาร์จแบบ CCS2 ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา เพื่อรองรับการใช้งานในยุโรปเป็นต้น
2. โซนออฟโรด (OFF ROAD VERSE) เติมแต่งความเท่ด้วยชุดแต่งพิเศษ ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยและแคมป์ปิ้ง
 “ใหม่! อีซูซุ วี-ครอส 4×4” เครื่องยนต์อีซูซุ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ 4 ประตู เกรด M สีเทาไอลาย์ โอเพค (Islay Gray Opaque) มาพร้อมชุดแต่ง IRONMAN 4×4 ตอบโจทย์นักเดินทางสายลุย ด้วยชุดแต่ง ดังนี้
กันชนหน้าแบบสามเขาพร้อมไฟสปอร์ตไลท์ LED รอกไฟฟ้าขนาด 9,500 ปอนด์ ไซเรียลการ์ดพร้อมบันไดข้าง
กันชนหลังแบบเต็มรองรับเซ็นเซอร์และโซน่าด้านหลัง ชุดขาจับพร้อมแร็คหลังคาอะลูมิเนียม Atlas
ชุดขาจับพร้อมไฟสปอร์ตไลท์รอบคัน หลังคาอะลูมิเนียม Alu Cab คุณภาพสูง ขาจับพร้อมแม่แรงไฮลิฟท์แจ็ค
เต๊นท์หลังคาอะลูมิเนียม Orion ยาง BRIDGESTONE DUELER AT002 ขนาด 285/60 R18 และล้อ Lenso รุ่น MX Cezar ขนาด 18 นิ้ว ใหม่! ระบบ Rough Terrain Mode ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ทั้ง 2 และ 4 ล้อ
ด้วยการควบคุมการกระจายกำลังทุกรอบความเร็ว และระบบ Electronic Diff-Lock ระบบล็อกเฟืองท้าย
ให้กำลังเครื่องยนต์ส่งไปยังล้อหลังซ้ายและขวาได้เท่ากัน ทำให้ผ่านอุปสรรคไปได้อย่างง่ายดาย
 “เดอะ นิว มิว-เอ็กซ์ รุ่น Ultimate” รุ่น 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ขับเคลื่อน 4 ล้อ สีดำบาวาเรียน (Bavarian Black
Mica) มาในคอนเซ็ปต์ “be UNCHARTED” หมุดหมายใหม่ กับ Passion ไม่สิ้นสุด ครั้งแรกกับการแต่งรถครอบครัวสายลุยจัดเต็มด้วยชุดแต่ง TJM รอบคัน พร้อมชุดแต่งอื่น ๆ อย่างกันชนหน้า TJM รุ่น CHASER BAR ไฟส่องสว่าง LED ติดกันชนหน้าพร้อมชุดไฟเลี้ยวในกันชนหน้า รอกไฟฟ้าขนาด 9,500 ปอนด์ บันไดข้าง TJM ชุดช่วงล่างหน้าและหลัง TJM พร้อมปีกนก TJM ทั้งนี้ยังมีเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ISUZU MATRIX SAFETY INTELLIGENCE ที่เหนือกว่าด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS แบบกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน และยังคงความสะดวกสบายยิ่งกว่าด้วยฝาท้าย Smart Tailgate เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ทำงานร่วมกับระบบ Step Sensor อีกด้วย
3. โซนเรซซิ่ง (RACING VERSE) เอาใจสายรถแต่งที่เน้นความมันส์ ขับสนุก…ทะลุเวิร์ส ทั้งรถแต่งครบจบจากโรงงานและรถแต่งพิเศษที่เสริมหล่อทั้งยกสูงและโหลดเตี้ย

 “อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ รุ่น SPEED 4 ประตู” สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) ปิกอัพสปอร์ตดีไซน์ใหม่ ทุกองค์ประกอบโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ใหม่! ชุดแต่ง The X Package โดดเด่นด้วยกระจังหน้าโทนเข้มตัดแดง Garnet Red สติกเกอร์ Dual Stripes คาดหน้า-หลัง พร้อมสเกิร์ตหน้า-หลังสไตล์ Integrated สเกิร์ตข้างดีไซน์เฉพาะตัว ล้ออัลลอย 16” Gloss Black ให้อารมณ์สปอร์ตเร้าใจ เหนือกว่าด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ พร้อมดีไซน์
Aerodynamic ให้ออกไปโลดแล่นนอกกรอบกับทุกมิติ
– ใหม่! หน้าปัดแสดงข้อมูลสไตล์เรซซิ่ง สะท้อนตัวตนผ่านโลโก้ X
– ใหม่! หน้าจอ Infotainment 8 นิ้ว ระบบสัมผัส ดีไซน์สปอร์ตโทนแดง รองรับระบบ Wireless Android
Auto และ Wireless Apple CarPlay (เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับการใช้งาน)
– ใหม่! คอนโซลดีไซน์แบบ Flaming Wing เพิ่มความเร้าใจ
– ใหม่! เบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตทูโทนดำ-แดง พร้อมโลโก้ X
– เกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อม Genius Sport Shift
 “อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ รุ่น HI-LANDER 4 ประตู” สีดำบาวาเรียน (Bavarian Black Mica) ปิกอัพสปอร์ตยกสูงให้คุณสนุกเกินคาดกับทุกเส้นทางเหนือจินตนาการ เอกลักษณ์ กระจังหน้าโทนเข้มตัดแดง Garnet Red สติกเกอร์ Dual Stripes คาดหน้า-หลัง พร้อมสเกิร์ตหน้า-หลังสไตล์ Integrated Aerodynamic Sport Bar เหนือกระบะท้าย ล้ออัลลอย 18” Gloss Black ห้องโดยสารโทนดำ-เทา
– ใหม่! หน้าจอแสดงข้อมูล Integrated MID 7 นิ้ว โทนแดงให้อารมณ์สปอร์ตพรีเมียม พร้อมโลโก้ X
– ใหม่! หน้าจอ Infotainment 8 นิ้ว ระบบสัมผัส ดีไซน์สปอร์ตโทนแดง รองรับระบบ Wireless Android
Auto และ Wireless Apple CarPlay (เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับการใช้งาน)
– ใหม่! Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย เปลี่ยนเกียร์ง่ายเพียงปลายนิ้วขับสนุกเร้าใจ
– ใหม่! คอนโซลดีไซน์แบบ Iron Structure เพิ่มความเท่อย่างมีสไตล์
– ใหม่! เบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม ด้วยเทคโนโลยี COOLMAX พร้อมโลโก้ X
– มีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด (Rev Tronic) พร้อม Sequential Paddle Shift (เฉพาะรุ่น 4 ประตู)
และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อม Genius Sport Shift
 “เดอะ นิว มิว-เอ็กซ์ รุ่น Active” สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) รถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัว เสริมหล่อด้วย ชุดเบรกหน้า RUN STOP R8 Caliper แบบ 6POT พร้อมจานเบรกขนาด 380 มม ชุดเบรกหลัง RUN STOP R3 Caliper แบบ 4POT พร้อมจานเบรกขนาด 355 มม ชุดโช๊คอัพและสปริงโหลด PROFENDER รุ่น TUNE SERIES พร้อมปีกนกและลูกหมากกันโคลงแต่ง ล้อ Lenso รุ่น Venom VT5 ขนาด 20 นิ้ว สี BZ และยาง BRIDGESTONE รุ่น Ecopia H/L100 ขนาด 265/50R20
 “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ สเปซแค็บ” เครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เกรด S สีเงินโบฮีเมียน เมทัลลิก (Bohemian Silver Metallic) ปลดล็อกศักยภาพใหม่ ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น
ผสานสมรรถนะความทนทานและความประหยัดน้ำมันขั้นสุดตกแต่งพิเศษอย่างชุด โช๊คอัพและสปริงโหลด EXPLORAR แบบสปริงในตัวพร้อม SUB TANK ล้อ Lenso รุ่น Venom VT7 ขนาด 18 นิ้ว สี HB และยาง TOYO รุ่น Proxes Sport2 255/45R18
4. โซนเอาท์ดอร์ไลฟ์สไตล์ (Outdoor Lifestyle Verse) :
 “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 4 ประตู” 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เกรด M สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White
Pearl) ตกแต่งด้วย BICYCLE CARRIER สำหรับขนย้ายจักรยานคู่ใจให้พร้อมปั่นได้ทุกสนาม เติมเต็มไลฟ์สไตล์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปั่นจักรยานในช่วงวันพักผ่อน มาพร้อมกับชุดคาน THULE รุ่น WINGBAR EVO
ชุดจับจักรยานบนหลังคา THULE รุ่น UPRIDE 599 และชุดจับจักรยานแบบยึดที่กระบะท้าย พร้อมจักรยาน TREK 4
คัน ดังนี้
– จักรยาน TREK FUEL EX 5 GEN 5
– จักรยาน TREK SUPERCALIBER 9.7

– จักรยาน TREK SLASH 8
– จักรยาน TREK DUAL SPORT 2 GEN 5
 เดอะ นิว มิว-เอ็กซ์ รุ่นพิเศษ! “PHANTOM
COLLECTION” รุ่น 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ สีเทาไอลาย์ โอเพค (Islay Gray Opaque) สปอร์ตเอสยูวี สุดหรู
ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง หรูหรา โทนสีดำและภายนอกเร้าใจกับล้ออัลลอย Gloss Black ขนาด 20 นิ้ว
เบาะนั่งดีไซน์พรีเมียม หรูหราสีดำตัดเย็บด้วยวัสดุพิเศษ โอบกระชับพร้อมเทคโนโลยี COOLMAX ฝาท้ายแบบ Smart Tailgate เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ทำงานร่วมกับระบบ Step Sensor หน้าจอระบบ Infotainment Display ขนาด 9 นิ้ว รองรับการใช้งานทั้งระบบ Android Auto และ Wireless Apple CarPlay มาพร้อมกับเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS แบบมีกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคันตอบรับชีวิตเหนือระดับแต่ใช้งานได้อเนกประสงค์ขนย้ายได้แม้แต่กระดานโต้คลื่น (SURFBOARD) ตกแต่งพิเศษด้วย ชุดคาน THULE รุ่น WINGBAR EDGE กล่องบรรทุกสัมภาระ THULE รุ่น MOTION XT SPORT ชุดจับเซิร์ฟบอร์ด THULE รุ่น SUP TAXI 810
5. โซนรถยนต์รุ่นมาตรฐานยอดนิยม (Popular Standard Verse)

 “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 4 ประตู” 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เกรด Z สีดำบาวาเรียน (Bavarian Black Mica)
ปลดล็อกนิยามใหม่แห่งปิกอัพ ระดับ TOP CLASS ที่ผสมผสานความหรูหราอย่างลงตัวด้วยดีไซน์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดสมรรถนะการขับเคลื่อนที่ทรงพลังและเทคโนโลยีที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น
 เดอะ นิว มิว-เอ็กซ์ รุ่นพิเศษ! “PHANTOM COLLECTION” รุ่น 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ สีขาวมุกโดโลไมท์
(Dolomite Pearl White) ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง หรูหรา โทนสีดำ และภายนอกเร้าใจกับล้ออัลลอย Gloss Black ขนาด 20 นิ้ว เบาะนั่งดีไซน์พรีเมียม สีดำตัดเย็บด้วยวัสดุพิเศษ โอบกระชับพร้อมเทคโนโลยี COOLMAX ฝาท้ายแบบ Smart Tailgate เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ทำงานร่วมกับระบบ Step Sensor หน้าจอระบบ Infotainment Display ขนาด 9 นิ้ว รองรับการใช้งานทั้งระบบ Android Auto และ Wireless Apple CarPlay มาพร้อมกับเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS แบบมีกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera
พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน
 “เดอะ นิว มิว-เอ็กซ์ รุ่น Elegance” รุ่น 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ สีน้ำเงิน กลาเซียร์ ไมก้า (Glacier Blue Mica)
มาในคอนเซ็ปต์ “be UNCHARTED” หมุดหมายใหม่ กับ Passion ไม่สิ้นสุด ตอบโจทย์ความหลงใหลในการใช้ชีวิต
ทั้งในด้านดีไซน์ และความสะดวกสบาย เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันชาญฉลาด ตลอดจนความรู้สึกในการขับขี่ที่แตกต่างจากรถอเนกประสงค์ที่คุณเคยสัมผัส ภายในกว้างขวางในโทนสี Macchiato Brown สีน้ำตาลเทาสลับสีน้ำตาลเข้มให้อารมณ์นุ่มลึกเพิ่มอารมณ์หรูด้วยวัสดุ Piano Black และ Chrome เต็มเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ADAS แบบมีกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน สะดวกสบายยิ่งกว่าด้วยฝาท้ายแบบ Smart Tailgate แบบ Step Sensor
 “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ แค็บโฟร์” เครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เกรด L สีเงินโบฮีเมียน เมทัลลิก (Bohemian Silver Metallic) ตอบโจทย์ด้านสมรรถนะ ความทนทานและประหยัดน้ำมันขั้นสุด
– ใหม่! ไฟหน้าดีไซน์เอกลักษณ์ใหม่แห่งความโฉบเฉี่ยว ISUZU Vision Bi-LED พร้อม Multifunctional Daylight
ทำหน้าที่ทั้ง Daylight ไฟหรี่ และไฟเลี้ยว
– ใหม่! กระจังหน้าแบบ 3-Dimension ดุดันสะกดทุกสายตากับ สี Silky Silver และ Dark Grey
– ใหม่! Air Curtain ที่กันชนหน้า นวัตกรรม Aerodynamic ลดแรงต้านอากาศ แบบฉบับรถสปอร์ตหรู
– ใหม่! ไฟท้ายแบบ Triple-Armour LED สัญลักษณ์ใหม่แห่งความโดดเด่น
– ใหม่! ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว โฉบเฉี่ยวทันสมัย
– ใหม่! ห้องโดยสารที่ถูกออกแบบสำหรับการใช้งานที่หลากหลายสะดวกสบาย ตามหลัก Usability Design โดดเด่นด้วย “Miura” Design (“มิอุระ” ดีไซน์)
– เบาะผ้าดีไซน์ใหม่
– ใหม่! หน้าจอระบบสัมผัส Infotainment Display ขนาด 8 นิ้ว ใช้รองรับการใช้งานทั้งระบบ Wireless Android Autoและ Wireless Apple CarPlay
 “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ สเปซแค็บ” เครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เกรด L สีเทาไอลาย์ โอเพค (Islay Gray
Opaque) ปลดล็อกศักยภาพใหม่ ไปได้ไกลกว่าออกแบบให้สอดรับกับทุกไลฟ์สไตล์
– ใหม่! กระจังหน้าแบบ 3-Dimension
ดุดันสะกดทุกสายตากับ Silky Silver และ Dark Grey
– ใหม่! ไฟหน้าดีไซน์เอกลักษณ์ใหม่แห่งความโฉบเฉี่ยว
ISUZU Vision Bi-LED พร้อม Multifunctional Daylight ทำหน้าที่ทั้ง Daylight ไฟหรี่ และไฟเลี้ยว
– ใหม่! Air Curtain ที่กันชนหน้า นวัตกรรม Aerodynamic ลดแรงต้านอากาศ แบบฉบับรถสปอร์ตหรู
– ใหม่! ไฟท้ายแบบ Triple-Armour LED สัญลักษณ์ใหม่แห่งความโดดเด่น
– ใหม่! ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว โฉบเฉี่ยวทันสมัย
– ใหม่! ห้องโดยสารที่ถูกออกแบบสำหรับการใช้งานที่หลากหลายสะดวกสบาย ตามหลัก Usability Design โดดเด่นด้วย “Miura” Design (“มิอุระ” ดีไซน์)

– ใหม่! หน้าจอระบบสัมผัส Infotainment Display ขนาด 8 นิ้ว รองรับการใช้งานทั้งระบบ Wireless Android Auto
และ Wireless Apple CarPlay
– เบาะผ้าดีไซน์ใหม่
– ใหม่! กล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอดแบบ Built-in พร้อมเส้นกะระยะ Lane Guide
นอกจากนี้ภายในบูธยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุก…ทะลุเวิร์สตามโซนต่างๆ ร่วมเก็บภาพสุดประทับใจกับ 4 เวิร์สสุดล้ำของอีซูซุ เวิร์สไหนที่ใช่สำหรับคุณ
ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสและทดลองขับได้ที่บูธอีซูซุ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2024 ครั้งที่ 45 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2567 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

CP LAND สร้างปรากฏการณ์แห่งใหม่ พร้อมแล้วกับ LUXRIVA RESIDENCES บ้านเดี่ยวสุดหรูในนครศรีธรรมราช 16กรกฎาคม 2567 – กรุงเทพฯ, บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย สร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งเมืองนครศรีธรรมราช พร้อมแล้วกับเปิดตัว LUXRIVA RESIDENCES (ลักซ์ริวา เรสซิเดนเซส) บ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรีสุดหรูบนทำเลศักยภาพนครศรีธรรมราช โครงการแรกของ CP LAND หลังการรีเฟรชแบรนด์ในรอบ 40 ปี สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับแห่งการใช้ชีวิตกับบ้านเดี่ยวที่ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายวัฒนธรรมท้องถิ่นใต้ได้อย่างลงตัว มุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง (High-Net-Worth Individuals: HNWIs) นักธุรกิจ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ประกอบการท้องถิ่น หรือ Local Achiever ราคาเริ่มต้น 14 – 25 ล้านบาท* จำนวน 115 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 1,800 ล้านบาท นายกีรติ ศตะสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND เปิดเผยว่า CP LAND พร้อมแล้วกับการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ เปิดตัวแบรนด์โครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรีโครงการแรก ภายใต้ชื่อ LUXRIVA RESIDENCES จำนวน 115 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 1,800 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด ‘Modern-Tropical Luxury Living นิยามใหม่ เหนือระดับแห่งการใช้ชีวิต’ ชูดีไซน์การออกแบบผสมผสานเอกลักษณ์ระหว่างศิลปวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคใต้ ให้เข้ากับความร่วมสมัย เพื่อสร้างคุณค่าสะท้อนการใช้ชีวิตและตัวตนของผู้อยู่อาศัย รวมทั้งการออกแบบบ้านที่เข้ากับสภาพอากาศในประเทศเขตร้อนชื้น เริ่มตั้งแต่การออกแบบที่คำนึงถึงทิศทางของแดด ลม ฝน ความปลอดโปร่ง ส่งผลให้กระแสลมพัดผ่านง่าย ทำให้ความร้อนในอากาศถูกระบายออกได้ดี ให้ความรู้สึกเป็น บ้านร่มเย็น แม้ในวันที่อากาศร้อน ผนวกกับความหรูหราของดีไซน์บ้าน ที่พร้อมจะนิยามใหม่ สู่ชีวิตที่เหนือระดับมากยิ่งขึ้น การเปิดตัวในครั้งนี้เป็นก้าวย่างที่สำคัญของ CP LAND หลังจากการรีเฟรชแบรนด์ในรอบ 40 ปี โดย CP LAND ได้ขยายสู่ตลาดบ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรีหรูในส่วนภูมิภาค CP LAND ได้พลิกโฉมโปรดักต์ใหม่ทั้งหมด ทั้งในแง่การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพตอบโจทย์ความลักซ์ชัวรี การออกแบบดีไซน์บ้านเดียวทั้งภายในและภายนอก พื้นที่ส่วนกลาง สภาพแวดล้อมและบรรยากาศโดยรอบ ภาพลักษณ์ และแบรนด์ดิ้งใหม่ทั้งหมด ตลอดจนการยกระดับการบริการก่อนและหลังการขาย ที่สำคัญตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง (High-Net-Worth Individuals) นี่จึงเป็นอีกความตั้งใจ ที่ CP LAND ตั้งใจจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในส่วนภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง และเป็นการสร้างความเจริญให้กับชุมชนโดยรอบ ตามแนวคิดของ CP LAND คือ คุณภาพเพื่อทุกชีวิต หรือ Accessible Communities for Life นายดำรงศักดิ์ ถุงเงิน ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขายและการตลาดโครงการ บริการหลังการขายและลูกค้าสัมพันธ์ CP LAND กล่าวว่า สำหรับโครงการ LUXRIVA RESIDENCES ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพรายล้อมด้วย Mixed-Use Community บน ถ.พัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นำเอาความหรูหรามาผสานกับเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัดนครศรีฯ ผ่านการสัมภาษณ์ เพื่อทำความเข้าใจทัศนคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการอยู่อาศัยของชาวนครศรีธรรมราช รวมถึงการศึกษาค้นคว้าอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี และศิลปะท้องถิ่นที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการพัฒนาโครงการ จึงเกิดเป็น LUXRIVA RESIDENCES บ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรีที่มีความเป็นส่วนตัว (Privacy) อยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติขนาดใหญ่ มีพื้นที่ปรับเปลี่ยนได้ตามฟังก์ชันการใช้งาน (Flexible Area) ด้วยดีไซน์แบบ Modern-Tropical ที่ออกแบบจากทีมผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและนอกพื้นที่ ให้ความรู้สึกเป็น บ้านร่มเย็น นอกจากนี้ CP LAND ยังได้นักออกแบบฝีมือดีอย่างคุณศุภชัย แกล้วทนงค์ ศิลปินชาวนครศรีธรรมราชนักออกแบบผู้พาภูมิปัญญาท้องถิ่นภาคใต้ของไทยออกไปให้โลกรู้จัก มาร่วมเป็น Art & Culture Design Consultant นำความเป็นพื้นบ้านของลวดลายผ้ายกจังหวัดนครศรีฯ มาสื่อสารให้มีความร่วมสมัย กลายเป็นพื้นที่ศิลปะภายในโครงการ ทั้งประติมากรรมวงเวียนโครงการ ลวดลายทางข้าม ทางม้าลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง (HNWIs) สะท้อนวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยที่มีลักษณะเป็น Local Achiever หรือประสบความสำเร็จในชีวิต เรียบง่ายแต่แฝงด้วยความสมบูรณ์แบบ การใช้ชีวิตท่ามกลาง ‘ธรรมชาติ’ และ ‘สุนทรียภาพ’ ความงดงามสะท้อนการใช้ชีวิตเหนือระดับ ทุกรายละเอียดรังสรรค์มาจากความเข้าใจ ถูกถ่ายทอดอย่างพิถีพิถัน พร้อมต่อยอดสู่เรื่องราวบทใหม่ ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวด้วยสภาพแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย เดินทางความสะดวก เพราะอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้า สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล สำนักงาน CP Tower และโรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน นครศรีธรรมราช LUXRIVA RESIDENCES มีเนื้อที่รวมประมาณ 44 ไร่ จำนวน 115 ยูนิต โดยมีประเภทของบ้าน 3 แบบ ได้แก่ 1) Type A: Ashley – แอชลีย์ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 285 ตร.ม. เนื้อที่ดินเริ่มต้น 82 ตร.ว. 2) Type B: Berkley – เบิร์กลีย์ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 360 ตร.ม. เนื้อที่ดินเริ่มต้น 100 ตร.ว 3) Type C: Clara – คลาร่า ขนาดพื้นที่ใช้สอย 465 ตร.ม. เนื้อที่ดินเริ่มต้น128 ตร.ว การออกแบบดีไซน์แสดงออกถึงความเป็นธรรมชาติของโครงการที่มีจุดเด่น คือ เพดานบ้านสูง (Double Volume) 6.6 เมตร บริเวณ Living Area ทุกหลัง อากาศหมุนเวียน ถ่ายเทสะดวก ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง โล่งสบาย กว้างขวาง สว่าง สง่างาม และโดดเด่น โถสุขภัณฑ์แบบ Smart Toilet ที่จอดรถกว้างสามารถจอดได้สะดวก อ่างอาบนํ้าในห้องนอน Master Bedroom รับประกันโครงสร้างบ้าน 10 ปี* เป็นโครงการแรก ครอบคลุมทั้งเรื่องโครงสร้างอาคาร การรั่วซึมของหลังคา การรั่วซึมของระบบท่อและไฟฟ้า การใช้งานของประตูและหน้าตา พื้นที่ส่วนกลางอย่าง Clubhouse มี THE COMMON ที่เป็น Co-Kitchen ลูกบ้านสามารถมาใช้พื้นที่สำหรับทำอาหาร จัดงานเลี้ยงปาร์ตี้สังสรรค์ มีห้อง RIVA LOUNGE ที่เป็น Co-Working Space หรือ Living Area ใช้สำหรับนั่งเล่น นั่งทำงาน ประชุมงาน มีห้อง ACTIVE SPACE ที่เป็น Gym และ Yoga Studio สระว่ายนํ้ากลางแจ้ง ขนาด Half Olympic กว้างถึง 5 เมตร ยาว 25 เมตร พร้อม Sunbathe และพื้นที่ Outdoor Lounge พื้นที่สีเขียวสวนขนาดใหญ่กว่า 3 ไร่ พร้อม Sunken Seat, Amphitheater, Children’s Playground Zone และ Jogging Area นอกจากนี้ LUXRIVA RESIDENCES ยังมี Welcome Home Club by CP LAND หน่วยงานด้านลูกค้าสัมพันธ์ที่ให้การบริการงานรับประกัน และดูแลสุขภาพบ้านของคุณอย่างต่อเนื่องโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่วันแรก เริ่มจากให้คำปรึกษาและข้อมูลด้านสินเชื่อ การโอนกรรมสิทธิ์ การตรวจรับมอบห้องชุด/บ้าน การรับประกันและงานแจ้งซ่อม รวมถึงบริการ Premium Care ที่พร้อมให้บริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกบ้านอยู่สบาย และใช้ชีวิตได้อย่างไร้กังวล ติดตามข้อมูลข่าวสารและสอบถามรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติมได้ที่โทร 02-088-0999 Website: www.LUXRIVARESIDENCES.com แอดไลน์สอบถามข้อมูล https://bit.ly/3OwNCWF Facebook: LUXRIVA RESIDENCES Nakhon Si Thammarat Instagram: LUXRIVA RESIDENCES

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


Deprecated: Function WP_Scripts::print_inline_script is deprecated since version 6.3.0! Use WP_Scripts::get_inline_script_data() or WP_Scripts::get_inline_script_tag() instead. in /var/www/vhosts/socialplusthai.com/httpdocs/wp-includes/functions.php on line 6085