Warning: sprintf(): Too few arguments in /var/www/vhosts/socialplusthai.com/httpdocs/wp-content/themes/covernews/lib/breadcrumb-trail/inc/breadcrumbs.php on line 253

หัวเว่ยเร่งผลักดันบุคลากรดิจิทัลหญิง ตามภารกิจ “Women in Tech”

0

หัวเว่ยเร่งผลักดันบุคลากรดิจิทัลหญิง
ตามภารกิจ “Women in Tech”

                                                                  รับตลาดเทคโนโลยีในประเทศไทย

กรุงเทพฯ, 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 – ในทศวรรษถัดไปหลายคนกล่าวว่าเทคโนโลยีไอซีทีจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพลิกโฉมเศรษฐกิจดิจิทัลและวงการแรงงานทุกที่ทั่วโลกต่างมีความต้องการบุคลากรดิจิทัลที่เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สถานการณ์โควิด-19 ยังไม่สิ้นสุดลงในขณะที่ประเทศไทยวางเป้าหมายไว้ว่าจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลแห่งภูมิภาคอาเซียนในไม่ช้า ทำให้ประเทศต้องการบุคลากรดิจิทัลเป็นจำนวนมากเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ได้อย่างมีความเท่าเทียมและยั่งยืน หนึ่งในแนวทางการเพิ่มจำนวนบุคลากรไอซีทีในประเทศไทยได้อย่างมีนัยสำคัญคือ การเร่งสนับสนุนทั้งเยาวชนหญิงและผู้หญิงในบ้านเราให้มีบทบาทมากขึ้นในวงการเทคโนโลยี ซึ่งสอดคล้องกับจุดยืนของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกอย่าง “หัวเว่ย” ที่ต้องการจะฟูมฟักบุคลากรไอซีทีไทยไปพร้อมกับการสนับสนุนบุคลากรหญิง ด้วยการฝึกอบรมทักษะและความสนใจด้านไอซีทีในแง่มุมต่าง ๆ ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนภารกิจ “เทคโนโลยีสำหรับผู้หญิง โดยผู้หญิง จากผู้หญิง (Tech for Her, Tech by Her, and Tech with Her)” ทั้งในประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก เพื่อตอบรับเทรนด์ด้านบุคลากรดิจิทัลหญิงที่กำลังมาแรงในขณะนี้

นางปิยะธิดา อิทธิระวิวงศ์ ประธานบริหารกลุ่มธุรกิจคลาวด์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงจุดยืนของหัวเว่ยด้านการสนับสนุนบุคลากรดังกล่าวว่า “หัวเว่ยให้ความสำคัญด้านความเสมอภาค โดยในอดีตที่ผ่านมาเป็นที่ทราบกันดีว่าวงการไอทีเป็นวงการที่มีบุคลากรชายเป็นหลัก แต่ปัจจุบัน มีผู้หญิงเข้ามาทำงานในวงการนี้เพิ่มขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ การที่ตนเองเข้ามารับผิดชอบธุรกิจเทคโนโลยีคลาวด์ของหัวเว่ย ซึ่งขอตอกย้ำว่าหัวเว่ยพร้อมสนับสนุนโอกาสให้แก่ทุกคนอย่างเท่าเทียมตราบใดที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ที่ใช่ก็มีโอกาสที่จะก้าวขึ้นมาในตำแหน่งระดับผู้บริหารที่ต้องนำทีมได้” คุณปิยะธิดา ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน
มีบุคลากรหญิงที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง (C-level) ทั่วโลก อยู่ที่ประมาณ 27% และในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก APAC อยู่ที่ประมาณ 26% อย่างไรก็ตามในตลาดประเทศไทย สัดส่วนบุคลากรหญิงที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงกลับมากถึง 32% ซึ่งเทรนด์ดังกล่าวนี้ยิ่งทำให้หัวเว่ยตระหนักถึงความสำคัญของการสนับสนุนผู้หญิงไทยในอุตสาหกรรมไอซีทีผ่านโครงการต่าง ๆ ในสามเสาหลัก ได้แก่ “เทคโนโลยีสำหรับผู้หญิง โดยผู้หญิง จากผู้หญิง (Tech for Her, Tech by Her, and Tech with Her)” ตอบโจทย์เป้าหมายของหัวเว่ยที่ต้องการเปิดกว้างโอกาสและแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เพื่อให้ผู้หญิงได้แสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้

หัวเว่ยยังเดินหน้าผลักดันด้วยการยกระดับเทคโนโลยีไอซีทีใหม่ ๆ เช่น 5G เครือข่ายอินเทอร์เน็ตแบบใยแก้วนำแสง (FTTX) หรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย (FWA) เพื่อเพิ่มการเชื่อมต่อให้แก่ผู้หญิงที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตตัวอย่างเช่น การใช้เทคโนโลยีไร้สาย 5G แบบ CPE เพื่อให้นักเรียนสามารถใช้งานช่องทางการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตคุณภาพสูงที่เข้าถึงง่ายในพื้นที่ห่างไกล ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานที่บ้านหรือในมหาวิทยาลัยก็ตาม

นอกจากนี้ นส. ทิพรดา ทิพยบุญทอง ฝ่ายบุคคลด้านพันธมิตรทางธุรกิจ และแอมบาสเดอร์ของหัวเว่ย ประเทศไทย ยังได้กล่าวเสริมถึงจุดยืนของหัวเว่ยว่า “นโยบายฝ่ายบุคคลของหัวเว่ยให้ความสำคัญกับผลงานของพนักงานแต่ละคนในการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย ซึ่งปัจจุบันหัวเว่ยมีผู้บริหารหญิงในองค์กรมากขึ้นตามภารกิจ Empowering Woman Power มีบุคลากรหญิงที่ทำผลงานอย่างยอดเยี่ยมในระดับหัวหน้า นอกจากนี้ เรายังมีสวัสดิการและสิทธิพิเศษสำหรับบุคลากรหญิง (Employee Care) จัดกิจกรรมในวันสำคัญเกี่ยวกับผู้หญิง และสุดท้ายคือเรายังขยายโอกาสด้านดิจิทัล (Digital Opportunity)

ทั้งการรับนิสิตนักศึกษาฝึกงานทั้งหญิงและชายสำหรับโครงการ Seeds for the Future ซึ่งในปีนี้เราจะเปิดรับสายการตลาดและสายภาษาเพิ่มขึ้นด้วย เราหวังว่าจะได้ช่วยเตรียมตัวน้อง ๆ สำหรับการทำอาชีพด้านดิจิทัลในอนาคต”
ปัจจุบันทั่วโลกและสังคมไทยมีความเปิดกว้างมากขึ้น ความสามารถของคนก็พัฒนาขึ้น และเด็กรุ่นใหม่ก็เก่งขึ้น
หัวเว่ยคาดหวังว่าจะสามารถเฟ้นหาบุคลากรที่มีคุณภาพเข้ามาร่วมงานกับองค์กรได้เพิ่มขึ้น เพราะยุคดิจิทัลจะสร้างโอกาสให้กับทุกคนไม่ว่าพวกเขาจะเป็นเพศไหนก็ตาม

จากข้อมูลสถิติของธนาคารโลก จำนวนผู้หญิงทั่วโลกที่อยู่ในอุตสาหกรรมซึ่งเกี่ยวกับทั่วโลกมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 3 จากบุคลากรทั้งหมด แต่ในประเทศไทย เรามีบุคลากรหญิงในสาขานี้ถึง 50% ตัวแทนจากยูเนสโก นางมนทกานติ์ สุวรรณทรรภ กิตติไพศาลศิลป์ เจ้าหน้าที่บริหารแผนงานด้านวัฒนธรรม องค์การยูเนสโก กรุงเทพฯ มองว่าการผลักดันบุคลากรหญิงให้ศึกษาในสาขา STEM มีความสำคัญต่อความเสมอภาคทางเพศในวงการไอซีที โดยเธอกล่าวว่า “ยูเนสโกมองว่าผู้หญิงไทยมีโอกาสค่อนข้างสูงในวงการเทคโนโลยี เพราะอยู่ในระบบนิเวศที่อาจจะดีกว่าหลายประเทศ ซึ่งทางยูเนสโกเองก็มีพันธกิจที่จะสนับสนุนในสาขา STEM ทั้งในด้านการศึกษาด้านศาสตร์วิทยาการ และด้านวัฒนธรรม ผ่านการฝึกอบรมบุคลากรครู โดยเฉพาะศาสตร์ของการใช้เทคโนโลยีเรื่อง AI ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ค่อนข้างใหม่มาก”
ก่อนหน้านี้ หัวเว่ยได้จับมือกับพาร์ทเนอร์สำคัญหลายรายในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) และองค์การยูเนสโก(UNESCO) เพื่อช่วยบ่มเพาะบุคลากรหญิงในวงการไอซีทีไทยผ่านโครงการรูปแบบต่าง ๆ ตั้งแต่โครงการ ‘Girls in ICT Day’ ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อผลักดันให้เยาวชนสตรีในประเทศไทยได้ยกระดับทักษะดิจิทัลผ่านการฝึกอบรมและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุ่งเน้นความด้านเทคโนโลยี 5G ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และคลาวด์ โครงการจัดหลักสูตรฝึกอบรมด้านไอซีทีในหัวข้อการพัฒนาโครงข่าย 5G การพัฒนาระบบคลาวด์ การลงมือปฏิบัติจริง รวมถึงการเยี่ยมชมศูนย์นวัตกรรมและนิทรรศการต่าง ๆ ของหัวเว่ย นอกจากนี้ หัวเว่ยยังได้จัดโครงการโร้ดโชว์ “Women in Tech” ซึ่งได้รับการจัดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจจากผู้หญิงต้นแบบและผู้นำหญิงในสายไอที รวมทั้งกิจกรรม Tech Talk จากวิทยากร และบูธจัดแสดงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้ผู้ที่สนใจภายในงานได้รับชม และในปีนี้หัวเว่ยยังได้เปิดโครงการใหม่เพื่อบ่มเพาะบุคลากรดิจิทัลไทยด้านคลาวด์จำนวนกว่า 20,000 คนและด้านพัฒนาบุคลากรด้านพลังงานดิจิทัล 10,000 คน ภายในระยะเวลา 3 ปีต่อจากนี้ นอกจากนี้ หัวเว่ยยังได้จัดแพลตฟอร์มฝึกอบรมและอีเวนท์ต่าง ๆ หลากหลายรูปแบบสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีและนักเรียนที่มีความสนใจเทคโนโลยีคลาวด์ โดยมีตั้งแต่คอร์สระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับผู้เชี่ยวชาญ ทั้งการฝึกอบรมแบบออนไลน์ แบบลงพื้นที่ แบบห้องแล็บปฏิบัติการ โครงการแข่งขันแฮกกาธอร์น เป็นต้น โดยผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://developer.huaweicloud.com/intl/en-us/forum/topic/0206123266063716004

CP LAND สร้างปรากฏการณ์แห่งใหม่ พร้อมแล้วกับ LUXRIVA RESIDENCES บ้านเดี่ยวสุดหรูในนครศรีธรรมราช 16กรกฎาคม 2567 – กรุงเทพฯ, บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย สร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งเมืองนครศรีธรรมราช พร้อมแล้วกับเปิดตัว LUXRIVA RESIDENCES (ลักซ์ริวา เรสซิเดนเซส) บ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรีสุดหรูบนทำเลศักยภาพนครศรีธรรมราช โครงการแรกของ CP LAND หลังการรีเฟรชแบรนด์ในรอบ 40 ปี สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับแห่งการใช้ชีวิตกับบ้านเดี่ยวที่ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายวัฒนธรรมท้องถิ่นใต้ได้อย่างลงตัว มุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง (High-Net-Worth Individuals: HNWIs) นักธุรกิจ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ประกอบการท้องถิ่น หรือ Local Achiever ราคาเริ่มต้น 14 – 25 ล้านบาท* จำนวน 115 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 1,800 ล้านบาท นายกีรติ ศตะสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND เปิดเผยว่า CP LAND พร้อมแล้วกับการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ เปิดตัวแบรนด์โครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรีโครงการแรก ภายใต้ชื่อ LUXRIVA RESIDENCES จำนวน 115 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 1,800 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด ‘Modern-Tropical Luxury Living นิยามใหม่ เหนือระดับแห่งการใช้ชีวิต’ ชูดีไซน์การออกแบบผสมผสานเอกลักษณ์ระหว่างศิลปวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคใต้ ให้เข้ากับความร่วมสมัย เพื่อสร้างคุณค่าสะท้อนการใช้ชีวิตและตัวตนของผู้อยู่อาศัย รวมทั้งการออกแบบบ้านที่เข้ากับสภาพอากาศในประเทศเขตร้อนชื้น เริ่มตั้งแต่การออกแบบที่คำนึงถึงทิศทางของแดด ลม ฝน ความปลอดโปร่ง ส่งผลให้กระแสลมพัดผ่านง่าย ทำให้ความร้อนในอากาศถูกระบายออกได้ดี ให้ความรู้สึกเป็น บ้านร่มเย็น แม้ในวันที่อากาศร้อน ผนวกกับความหรูหราของดีไซน์บ้าน ที่พร้อมจะนิยามใหม่ สู่ชีวิตที่เหนือระดับมากยิ่งขึ้น การเปิดตัวในครั้งนี้เป็นก้าวย่างที่สำคัญของ CP LAND หลังจากการรีเฟรชแบรนด์ในรอบ 40 ปี โดย CP LAND ได้ขยายสู่ตลาดบ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรีหรูในส่วนภูมิภาค CP LAND ได้พลิกโฉมโปรดักต์ใหม่ทั้งหมด ทั้งในแง่การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพตอบโจทย์ความลักซ์ชัวรี การออกแบบดีไซน์บ้านเดียวทั้งภายในและภายนอก พื้นที่ส่วนกลาง สภาพแวดล้อมและบรรยากาศโดยรอบ ภาพลักษณ์ และแบรนด์ดิ้งใหม่ทั้งหมด ตลอดจนการยกระดับการบริการก่อนและหลังการขาย ที่สำคัญตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง (High-Net-Worth Individuals) นี่จึงเป็นอีกความตั้งใจ ที่ CP LAND ตั้งใจจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในส่วนภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง และเป็นการสร้างความเจริญให้กับชุมชนโดยรอบ ตามแนวคิดของ CP LAND คือ คุณภาพเพื่อทุกชีวิต หรือ Accessible Communities for Life นายดำรงศักดิ์ ถุงเงิน ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขายและการตลาดโครงการ บริการหลังการขายและลูกค้าสัมพันธ์ CP LAND กล่าวว่า สำหรับโครงการ LUXRIVA RESIDENCES ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพรายล้อมด้วย Mixed-Use Community บน ถ.พัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นำเอาความหรูหรามาผสานกับเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัดนครศรีฯ ผ่านการสัมภาษณ์ เพื่อทำความเข้าใจทัศนคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการอยู่อาศัยของชาวนครศรีธรรมราช รวมถึงการศึกษาค้นคว้าอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี และศิลปะท้องถิ่นที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการพัฒนาโครงการ จึงเกิดเป็น LUXRIVA RESIDENCES บ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรีที่มีความเป็นส่วนตัว (Privacy) อยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติขนาดใหญ่ มีพื้นที่ปรับเปลี่ยนได้ตามฟังก์ชันการใช้งาน (Flexible Area) ด้วยดีไซน์แบบ Modern-Tropical ที่ออกแบบจากทีมผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและนอกพื้นที่ ให้ความรู้สึกเป็น บ้านร่มเย็น นอกจากนี้ CP LAND ยังได้นักออกแบบฝีมือดีอย่างคุณศุภชัย แกล้วทนงค์ ศิลปินชาวนครศรีธรรมราชนักออกแบบผู้พาภูมิปัญญาท้องถิ่นภาคใต้ของไทยออกไปให้โลกรู้จัก มาร่วมเป็น Art & Culture Design Consultant นำความเป็นพื้นบ้านของลวดลายผ้ายกจังหวัดนครศรีฯ มาสื่อสารให้มีความร่วมสมัย กลายเป็นพื้นที่ศิลปะภายในโครงการ ทั้งประติมากรรมวงเวียนโครงการ ลวดลายทางข้าม ทางม้าลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง (HNWIs) สะท้อนวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยที่มีลักษณะเป็น Local Achiever หรือประสบความสำเร็จในชีวิต เรียบง่ายแต่แฝงด้วยความสมบูรณ์แบบ การใช้ชีวิตท่ามกลาง ‘ธรรมชาติ’ และ ‘สุนทรียภาพ’ ความงดงามสะท้อนการใช้ชีวิตเหนือระดับ ทุกรายละเอียดรังสรรค์มาจากความเข้าใจ ถูกถ่ายทอดอย่างพิถีพิถัน พร้อมต่อยอดสู่เรื่องราวบทใหม่ ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวด้วยสภาพแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย เดินทางความสะดวก เพราะอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้า สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล สำนักงาน CP Tower และโรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน นครศรีธรรมราช LUXRIVA RESIDENCES มีเนื้อที่รวมประมาณ 44 ไร่ จำนวน 115 ยูนิต โดยมีประเภทของบ้าน 3 แบบ ได้แก่ 1) Type A: Ashley – แอชลีย์ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 285 ตร.ม. เนื้อที่ดินเริ่มต้น 82 ตร.ว. 2) Type B: Berkley – เบิร์กลีย์ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 360 ตร.ม. เนื้อที่ดินเริ่มต้น 100 ตร.ว 3) Type C: Clara – คลาร่า ขนาดพื้นที่ใช้สอย 465 ตร.ม. เนื้อที่ดินเริ่มต้น128 ตร.ว การออกแบบดีไซน์แสดงออกถึงความเป็นธรรมชาติของโครงการที่มีจุดเด่น คือ เพดานบ้านสูง (Double Volume) 6.6 เมตร บริเวณ Living Area ทุกหลัง อากาศหมุนเวียน ถ่ายเทสะดวก ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง โล่งสบาย กว้างขวาง สว่าง สง่างาม และโดดเด่น โถสุขภัณฑ์แบบ Smart Toilet ที่จอดรถกว้างสามารถจอดได้สะดวก อ่างอาบนํ้าในห้องนอน Master Bedroom รับประกันโครงสร้างบ้าน 10 ปี* เป็นโครงการแรก ครอบคลุมทั้งเรื่องโครงสร้างอาคาร การรั่วซึมของหลังคา การรั่วซึมของระบบท่อและไฟฟ้า การใช้งานของประตูและหน้าตา พื้นที่ส่วนกลางอย่าง Clubhouse มี THE COMMON ที่เป็น Co-Kitchen ลูกบ้านสามารถมาใช้พื้นที่สำหรับทำอาหาร จัดงานเลี้ยงปาร์ตี้สังสรรค์ มีห้อง RIVA LOUNGE ที่เป็น Co-Working Space หรือ Living Area ใช้สำหรับนั่งเล่น นั่งทำงาน ประชุมงาน มีห้อง ACTIVE SPACE ที่เป็น Gym และ Yoga Studio สระว่ายนํ้ากลางแจ้ง ขนาด Half Olympic กว้างถึง 5 เมตร ยาว 25 เมตร พร้อม Sunbathe และพื้นที่ Outdoor Lounge พื้นที่สีเขียวสวนขนาดใหญ่กว่า 3 ไร่ พร้อม Sunken Seat, Amphitheater, Children’s Playground Zone และ Jogging Area นอกจากนี้ LUXRIVA RESIDENCES ยังมี Welcome Home Club by CP LAND หน่วยงานด้านลูกค้าสัมพันธ์ที่ให้การบริการงานรับประกัน และดูแลสุขภาพบ้านของคุณอย่างต่อเนื่องโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่วันแรก เริ่มจากให้คำปรึกษาและข้อมูลด้านสินเชื่อ การโอนกรรมสิทธิ์ การตรวจรับมอบห้องชุด/บ้าน การรับประกันและงานแจ้งซ่อม รวมถึงบริการ Premium Care ที่พร้อมให้บริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกบ้านอยู่สบาย และใช้ชีวิตได้อย่างไร้กังวล ติดตามข้อมูลข่าวสารและสอบถามรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติมได้ที่โทร 02-088-0999 Website: www.LUXRIVARESIDENCES.com แอดไลน์สอบถามข้อมูล https://bit.ly/3OwNCWF Facebook: LUXRIVA RESIDENCES Nakhon Si Thammarat Instagram: LUXRIVA RESIDENCES

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


Deprecated: Function WP_Scripts::print_inline_script is deprecated since version 6.3.0! Use WP_Scripts::get_inline_script_data() or WP_Scripts::get_inline_script_tag() instead. in /var/www/vhosts/socialplusthai.com/httpdocs/wp-includes/functions.php on line 6085