Warning: sprintf(): Too few arguments in /var/www/vhosts/socialplusthai.com/httpdocs/wp-content/themes/covernews/lib/breadcrumb-trail/inc/breadcrumbs.php on line 253

มาสด้าปลุกชีพตำนานโรตารี่นำ Mazda MX-30 e-SKYACTIV R- EV เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ไปได้ไกลกว่า วางยุทธศาสตร์สู่ความยั่งยืน

0

มาสด้าปลุกชีพตำนานโรตารี่นำ Mazda MX-30 e-SKYACTIV R-

EV เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ไปได้ไกลกว่า

วางยุทธศาสตร์สู่ความยั่งยืน

  
 เปิดตัวแนะนำปิกอัพสไตล์เอสยูวี New Mazda BT-50 รุ่นปรับโฉมใหม่
 เปิดตัวแนะนำสปอร์ตโรดสเตอร์แบรนด์ไอคอนระดับตำนาน New Mazda MX-5
 เปิดให้จองแล้ว Mazda6 20th Anniversary Edition เพียง 100 คันในประเทศไทย
 อัดแคมเปญ Super Offer รับส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท หรือ ดอกเบี้ย 0%

กรุงเทพ – ประเทศไทย, วันที่ 26 มีนาคม 2567 – มาสด้าเนรมิตบูธจัดแสดงรถยนต์ที่ได้รับการออกแบบใหม่หมด ภายใต้ธีม Love of Cars เพื่อถ่ายทอดความมุ่งมั่นของมาสด้าในการพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์แห่งอนาคตที่กำลังดำเนินไปตามกรอบระยะเวลา ตอบสนองความต้องการของลูกค้าผู้ที่หลงไหลในการขับขี่และรักในรถยนต์
โดยแบ่งโซนจัดแสดงบอกเล่าเรื่องราวที่มีลูกค้าอยู่ในทุกช่วงเวลาและมีรถยนต์มาสด้าเป็นพาร์ทเนอร์ในทุกประสบการณ์ ตอกย้ำการให้ความสำคัญที่มีลูกค้าเป็นหนึ่งในทุกการเติบโต สื่อสารอารมณ์ความรู้สึก
ความสนุกสนานในการขับขี่ ความสุขในการใช้ชีวิตและอนาคตที่รถยนต์มีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน
รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ได้แบ่งปันความทรงจำที่มีต่อรถยนต์ร่วมกัน
เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้าและแบรนด์มาสด้าให้แนบแน่นยิ่งขึ้น พร้อมปลุกตำนานโรตารี่ด้วยการจัดแสดงเทคโนโลยีแห่งอนาคต Mazda MX-30 e-SKYACTIV R-EV ที่ผสานการทำงานร่วมกันระหว่างระบบไฟฟ้ากับเครื่องยนต์โรตารี่ กลายเป็น Plug-in Hybrid ที่ให้ทุกการเดินทางสะดวกสบายและไปได้ไกลกว่า มาให้คนไทยได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด


มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปีนี้มาสด้าออกแบบบูธใหม่ทั้งหมด ภายใต้ธีม Love of Cars ได้แรงบันดาลใจจากการมีลูกค้าเป็นส่วนหนึ่งในทุกประสบการณ์ของการเดินทาง
เป็นศูนย์รวมความสุขของผู้ที่รักในรถยนต์ โดยแบ่งโซนการจัดแสดงออกเป็น โซนแกลเลอรี่วอลล์ที่ลูกค้าส่งภาพความประทับใจกับรถยนต์คันโปรด You and Mazda Moments ถ่ายทอดประสบการณ์ความสุขในทุกช่วงเวลาของลูกค้า ซึ่งเป็นปณิธานที่เรามุ่งหวังและตั้งใจที่จะส่งมอบให้กับลูกค้าทุกคนและยังได้รับการสนับสนุนจากผู้ที่รักในรถยนต์ “The Memorable Love of Cars” เสียสละรถโมเดลผ่านทางมาสด้า เพื่อส่งต่อให้กับเด็กๆ เยาวชนที่ขาดแคลน ซึ่งมีผู้สละเข้ามามากกว่า 500 คัน และมาสด้าเพิ่มเติมอีก 1,000 คัน โดยจะเร่งส่งต่อรถโมเดลเหล่านี้ให้ถึงมือเด็กๆ โดยเร็วที่สุด ส่วนไฮไลท์สำคัญ คือ การจัดแสดงเทคโนโลยี Multi-Solution มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ส่งมอบเทคโนโลยีที่มีความหลากหลายและมีความเหมาะสมในแต่ละภูมิภาคเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้า ในยุคที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากพลังงานเชื้อเพลิงไปสู่พลังงานไฟฟ้า หลายคนคงจดจำเครื่องยนต์โรตารี่ สัญลักษณ์แห่งการไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และความคิดสร้างสรรค์ นี่คือหนึ่งใน Multi-Solution
เทคโนโลยีแห่งอนาคตจากมาสด้า การนำเทคโนโลยี e-SKYACTIV R-EV มาใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ เป็นการปลุกฟื้นคืนชีพตำนานเครื่องยนต์โรตารี่ต้นกำเนิดรถสปอร์ตมาสด้าหลากหลายรุ่นในอดีตที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงปัจจุบันกลายเป็นดีเอ็นเอสายพันธุ์สปอร์ตที่ทั่วโลกให้การยอมรับหัวใจหลักสำคัญของการพัฒนา MAZDA MX-30 e-SKYACTIV R-EV คือเครื่องยนต์โรตารี่ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ เครื่องยนต์ขนาด 830 ซีซี
เล็กกว่าเครื่องยนต์ลูกสูบทั่วไปที่ให้กำลังใกล้เคียงกัน ให้พละกำลังสูงสุดถึง 170 แรงม้า ที่ 9,000 รอบต่อนาที ลูกสูบหมุน 1 โรเตอร์ ทำจากวัสดุอลูมิเนียม น้ำหนักเบาเพียง 15 กก. ประกอบกับแบตเตอรี่ลิเที่ยมไอออนขนาด 17.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง
เมื่อวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวได้ระยะไกลถึง 85 กิโลเมตร ที่เกิดจากจากการชาร์จเพียงครั้งเดียว ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในเมืองและเมื่อได้รับการปั่นเป็นพลังงานไฟฟ้ากลับเข้ามาจากเครื่องยนต์โรตารี่จะทำให้เพิ่มระยะทางในการขับขี่ได้ไกลกว่า 600 กิโลเมตร ทำให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลกับการเดินทางไกลเพื่อออกไปหาประสบการณ์ใหม่ในการดำเนินชีวิต ซึ่งเกิดจากประสิทธิภาพของเครื่องยนต์โรตารี่ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงขนาดถัง 50 ลิตร มาผสานการทำงานของระบบมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขยายระยะทางในการขับขี่ กลายเป็นเทคโนโลยี
ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่สมบูรณ์แบบที่มีต้นกำเนิดจากการทำงานของเครื่องยนต์โรตารี่ อันเกิดจาก “จิตวิญญาณแห่งความท้าทาย” หรือ “Challenger Spirit” อันมีเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า รถยนต์มาสด้าทุกรุ่นที่นำมาจัดแสดงภายในงานฯ ล้วนเป็นยนตรกรรมได้รับการถ่ายทอดปรัชญาของมาสด้า เพื่อยกระดับประสบการณ์ความสุขในทุกการขับขี่ และการใช้ชีวิตประจำวันในทุกๆ ด้านให้กับลูกค้าทุกคน ซึ่งรวมถึง การนำ NEW MAZDA MX-5 รถสปอร์ตโรดสเตอร์แบรนด์ไอคอนยอดนิยมที่ได้รับการพัฒนาปรับปรุงใหม่ด้วยการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ล้ำสมัยกับเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในด้านการเชื่อมต่อ และเทคโนโลยีในการขับขี่ เพื่อถ่ายทอดปรัชญา จินบะ-อิตไต (Jinba-Ittai) ให้โดดเด่นสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ซึ่งผู้ขับขี่จะสามารถสัมผัสได้ถึงอัตราเร่ง และการควบคุมพวงมาลัยที่ตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยม ฉับไว ไม่ว่าจะขับรถในเมือง ทางโค้ง หรือขับในสนามแข่ง โดยเฉพาะในระบบเกียร์แมนนวลที่มาพร้อม DSC-TRACK ซึ่งเป็นระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ (Dynamic Stability Control: DSC) ใหม่ ที่ใส่เพิ่มเติมเข้าในรถรุ่นนี้ เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้เหมือนกับการขับรถแข่งในสนามแข่ง

โดยระบบจะยอมให้เกิด Understeer หรือ Oversteer เพียงเล็กน้อยและระบบจะเข้ามาช่วยเหลือในกรณีที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถควบคุมรถได้หรือก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์รถหมุนเท่านั้น เพื่อช่วยควบคุมรถเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
จึงสามารถมอบความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น และขับขี่ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ตอกย้ำถึงแนวทางในการพัฒนารถยนต์ของมาสด้าได้เป็นอย่างดีในด้านการยกระดับคุณค่าประสบการณ์ของลูกค้าให้ครบทุกมิติ วางราคาจำหน่าย 3,029,000 บาท ดอกเบี้ย 2.49% 1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี 2 ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) 3 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี และฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี นอกจากนี้ มาสด้ายังนำรถปิกอัพที่เปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้ มาจัดแสดงเป็นครั้งแรก New Mazda BT-50 พร้อม…ให้คุณออกนำทุกเส้นทาง ภายใต้แนวคิดการออกแบบ Kodo : Soul of Motion โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น ที่เน้นความเรียบง่ายแต่งดงาม เช่นเดียวกับรถยนต์นั่งและรถอเนกประสงค์เอสยูวี มาสด้านำเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร เทอร์โบ 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร ลงในรุ่นขับสองยกสูง Hi-Racer ทั้งรุ่นฟรีสไตล์แค็บและดับเบิ้ลแค็บ 4 ประตู มาพร้อมสีใหม่ สีเทา ร็อค เกรย์ กระจังหน้า Signature Wing และชุดกันชนหน้าสีดำเงา ล้ออัลอยด์ 18 นิ้ว ภายในเบาะหนังทูโทนสีน้ำตาล-ดำ ติดตั้ง Sport Paddle Shift พร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ACC แบบ Stop & Go เปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้น 7 แสนกว่าบาท สำหรับมาสด้า บีที-50 ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 6 รุ่นย่อย รุ่นฟรีสไตล์แคป ขับเคลื่อน 2 ล้อ แบบยกสูง (FSC Hi-Racer) และรุ่นดับเบิ้ลแคป ขับเคลื่อน 2 ล้อ แบบยกสูง (DBL Hi-Racer) มีการติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร เป็นครั้งแรก เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน เร้าใจกับอัตราเร่งและการออกตัวที่ดีเยี่ยม ตอบสนองทุกการขับขี่กับระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Sport Paddle Shift) และในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ยังมาพร้อมระบบ Rough Terrain Mode ที่ติดตั้งมาใหม่ และระบบ Electronic Diff-Lock ที่เฟืองท้ายที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในเส้นทางขับขี่แบบออฟโร้ดในขณะที่ราคาเป็นเจ้าของได้ง่ายมากขึ้นเริ่มต้นเพียง 752,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำเพียง 0.99% 1 ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 2 ที่สำคัญสำหรับครอบครัวมาสด้ารับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท
อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของมาสด้า คือการจัดแสดง New Mazda6 20th Anniversary Edition รถสปอร์ตซีดานระดับไฮเอนด์ ที่เปิดให้ลูกค้าจองแล้ววันนี้ในจำนวนจำกัดเพียง 100 คัน ในประเทศไทยเท่านั้น ด้วยราคาจำหน่าย 2.499 ล้านบาท ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน 1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 2 ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 7 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) ขยายการรับประกันคุณภาพนานสูงสุด 7 ปี 4 ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 7 ปี
สำหรับครอบครัวมาสด้ารับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท รวมถึงสิทธิพิเศษอีกมากมายที่ทางมาสด้าเตรียมไว้ให้กับลูกค้า 100 ท่าน ที่เป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นนี้ในประเทศไทย นอกจากนี้
มาสด้ายังได้นำยนตรกรรมทุกรุ่นมาจัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสและเป็นเจ้าของด้วยเงื่อนไขสุดพิเศษ

ครั้งแรกและครั้งเดียวในรอบปี ทั้งรถยนต์นั่ง Mazda2 ทั้งรุ่นซีดานและแฮตช์แบ็ค รับส่วนลดสูงสุดถึง
100,000 บาท Mazda3 ทั้งซีดานและฟาสแบ็ค รับส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท รวมถึงรถยนต์ครอสโอเวอร์เอสยูวีตระกูล CX-Series ประกอบด้วย Mazda CX-3 รับส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท Mazda CX-30 รับส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท Mazda CX-5 รับส่วนลดสูงสุด 110,000 บาท และ Mazda CX-8 รับส่วนลดสูงสุด 80,000 บาท มาจัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสกันครบทุกรุ่น พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษภายในงานฯ อาทิ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปีและฟรีประกันภัยชั้น 1 ฟรีเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ SHARP รุ่น IG-NX2B มูลค่า 2,890 บาท** และพิเศษสุดขึ้นไปอีกขั้นสำหรับเจ้าของรถยนต์มาสด้าและครอบครัว เมื่อออกรถใหม่
รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท ทั้งภายในงานฯ และที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ หมดเขตถึงวันที่ 7 เมษายน 2567 นี้เท่านั้น โอกาสทองของลูกค้าที่จะได้เป็นเจ้าของรถยนต์สายพันธุ์สปอร์ตจากมาสด้า
ทั้งนี้ มาสด้าจะยังคงเดินหน้าในการส่งมอบ “ความสุขในการขับขี่ “Joy of Driving ต่อไป
ภายใต้คุณค่าหลักที่ให้ความสำคัญกับการมุ่งเน้น “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” และมุ่งมั่นที่จะส่งมอบ
“ความสุขในการดำเนินชีวิต” ด้วยการสร้างสรรค์ประสบการณ์ความสุขให้กับชีวิตประจำวันของลูกค้าทุกคน

หมายเหตุ:
1 ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน
2 บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ ได้แก่ (1) บมจ. วิริยะประกันภัย (2) บมจ. ธนชาตประกันภัย (3) บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (4) บมจ. กรุงไทยพานิชประกันภัย (5) บมจ. แอกซ่าประกันภัย
³ ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
ตามเงื่อนไขโปรแกรมขยายรับประกันคุณภาพรถ เป็น 5 ปี, ฟรี ค่าแรง ค่าอะไหล่ และค่าผลิตภัณฑ์ของเหลว
จากการบำรุงรักษารถตามระยะนาน 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
และฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี
4 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 7 ปี หรือ 200,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
ตามเงื่อนไขโปรแกรมขยายรับประกันคุณภาพรถ เป็น 5 ปี, ฟรี ค่าแรง ค่าอะไหล่ และค่าผลิตภัณฑ์ของเหลว
จากการบำรุงรักษารถตามระยะนาน 7 ปี หรือระยะทาง 140,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
และฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th
การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามข้อกำหนดของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต เท่านั้น
ข้อเสนอดังกล่าวสำหรับผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต ที่จองและออกรถระหว่างวันที่ 25 มี.ค. 2567 – 7 เม.ย. 2567
**จองรถในงาน 3,000 บาท และออกรถภายในวันที่ 15 เม.ย. 67 รับเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ SHARP รุ่น IG-NX2B มูลค่า 2,890
บาท จำนวนจำกัด 1,000 ชิ้น เฉพาะโชว์รูมที่ร่วมรายการ โดยไม่สามารถโอนสิทธิ์ หรือแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

CP LAND สร้างปรากฏการณ์แห่งใหม่ พร้อมแล้วกับ LUXRIVA RESIDENCES บ้านเดี่ยวสุดหรูในนครศรีธรรมราช 16กรกฎาคม 2567 – กรุงเทพฯ, บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย สร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งเมืองนครศรีธรรมราช พร้อมแล้วกับเปิดตัว LUXRIVA RESIDENCES (ลักซ์ริวา เรสซิเดนเซส) บ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรีสุดหรูบนทำเลศักยภาพนครศรีธรรมราช โครงการแรกของ CP LAND หลังการรีเฟรชแบรนด์ในรอบ 40 ปี สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับแห่งการใช้ชีวิตกับบ้านเดี่ยวที่ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายวัฒนธรรมท้องถิ่นใต้ได้อย่างลงตัว มุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง (High-Net-Worth Individuals: HNWIs) นักธุรกิจ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ประกอบการท้องถิ่น หรือ Local Achiever ราคาเริ่มต้น 14 – 25 ล้านบาท* จำนวน 115 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 1,800 ล้านบาท นายกีรติ ศตะสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND เปิดเผยว่า CP LAND พร้อมแล้วกับการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ เปิดตัวแบรนด์โครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรีโครงการแรก ภายใต้ชื่อ LUXRIVA RESIDENCES จำนวน 115 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 1,800 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด ‘Modern-Tropical Luxury Living นิยามใหม่ เหนือระดับแห่งการใช้ชีวิต’ ชูดีไซน์การออกแบบผสมผสานเอกลักษณ์ระหว่างศิลปวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคใต้ ให้เข้ากับความร่วมสมัย เพื่อสร้างคุณค่าสะท้อนการใช้ชีวิตและตัวตนของผู้อยู่อาศัย รวมทั้งการออกแบบบ้านที่เข้ากับสภาพอากาศในประเทศเขตร้อนชื้น เริ่มตั้งแต่การออกแบบที่คำนึงถึงทิศทางของแดด ลม ฝน ความปลอดโปร่ง ส่งผลให้กระแสลมพัดผ่านง่าย ทำให้ความร้อนในอากาศถูกระบายออกได้ดี ให้ความรู้สึกเป็น บ้านร่มเย็น แม้ในวันที่อากาศร้อน ผนวกกับความหรูหราของดีไซน์บ้าน ที่พร้อมจะนิยามใหม่ สู่ชีวิตที่เหนือระดับมากยิ่งขึ้น การเปิดตัวในครั้งนี้เป็นก้าวย่างที่สำคัญของ CP LAND หลังจากการรีเฟรชแบรนด์ในรอบ 40 ปี โดย CP LAND ได้ขยายสู่ตลาดบ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรีหรูในส่วนภูมิภาค CP LAND ได้พลิกโฉมโปรดักต์ใหม่ทั้งหมด ทั้งในแง่การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพตอบโจทย์ความลักซ์ชัวรี การออกแบบดีไซน์บ้านเดียวทั้งภายในและภายนอก พื้นที่ส่วนกลาง สภาพแวดล้อมและบรรยากาศโดยรอบ ภาพลักษณ์ และแบรนด์ดิ้งใหม่ทั้งหมด ตลอดจนการยกระดับการบริการก่อนและหลังการขาย ที่สำคัญตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง (High-Net-Worth Individuals) นี่จึงเป็นอีกความตั้งใจ ที่ CP LAND ตั้งใจจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในส่วนภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง และเป็นการสร้างความเจริญให้กับชุมชนโดยรอบ ตามแนวคิดของ CP LAND คือ คุณภาพเพื่อทุกชีวิต หรือ Accessible Communities for Life นายดำรงศักดิ์ ถุงเงิน ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขายและการตลาดโครงการ บริการหลังการขายและลูกค้าสัมพันธ์ CP LAND กล่าวว่า สำหรับโครงการ LUXRIVA RESIDENCES ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพรายล้อมด้วย Mixed-Use Community บน ถ.พัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นำเอาความหรูหรามาผสานกับเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัดนครศรีฯ ผ่านการสัมภาษณ์ เพื่อทำความเข้าใจทัศนคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการอยู่อาศัยของชาวนครศรีธรรมราช รวมถึงการศึกษาค้นคว้าอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี และศิลปะท้องถิ่นที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการพัฒนาโครงการ จึงเกิดเป็น LUXRIVA RESIDENCES บ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรีที่มีความเป็นส่วนตัว (Privacy) อยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติขนาดใหญ่ มีพื้นที่ปรับเปลี่ยนได้ตามฟังก์ชันการใช้งาน (Flexible Area) ด้วยดีไซน์แบบ Modern-Tropical ที่ออกแบบจากทีมผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและนอกพื้นที่ ให้ความรู้สึกเป็น บ้านร่มเย็น นอกจากนี้ CP LAND ยังได้นักออกแบบฝีมือดีอย่างคุณศุภชัย แกล้วทนงค์ ศิลปินชาวนครศรีธรรมราชนักออกแบบผู้พาภูมิปัญญาท้องถิ่นภาคใต้ของไทยออกไปให้โลกรู้จัก มาร่วมเป็น Art & Culture Design Consultant นำความเป็นพื้นบ้านของลวดลายผ้ายกจังหวัดนครศรีฯ มาสื่อสารให้มีความร่วมสมัย กลายเป็นพื้นที่ศิลปะภายในโครงการ ทั้งประติมากรรมวงเวียนโครงการ ลวดลายทางข้าม ทางม้าลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง (HNWIs) สะท้อนวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยที่มีลักษณะเป็น Local Achiever หรือประสบความสำเร็จในชีวิต เรียบง่ายแต่แฝงด้วยความสมบูรณ์แบบ การใช้ชีวิตท่ามกลาง ‘ธรรมชาติ’ และ ‘สุนทรียภาพ’ ความงดงามสะท้อนการใช้ชีวิตเหนือระดับ ทุกรายละเอียดรังสรรค์มาจากความเข้าใจ ถูกถ่ายทอดอย่างพิถีพิถัน พร้อมต่อยอดสู่เรื่องราวบทใหม่ ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวด้วยสภาพแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย เดินทางความสะดวก เพราะอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้า สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล สำนักงาน CP Tower และโรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน นครศรีธรรมราช LUXRIVA RESIDENCES มีเนื้อที่รวมประมาณ 44 ไร่ จำนวน 115 ยูนิต โดยมีประเภทของบ้าน 3 แบบ ได้แก่ 1) Type A: Ashley – แอชลีย์ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 285 ตร.ม. เนื้อที่ดินเริ่มต้น 82 ตร.ว. 2) Type B: Berkley – เบิร์กลีย์ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 360 ตร.ม. เนื้อที่ดินเริ่มต้น 100 ตร.ว 3) Type C: Clara – คลาร่า ขนาดพื้นที่ใช้สอย 465 ตร.ม. เนื้อที่ดินเริ่มต้น128 ตร.ว การออกแบบดีไซน์แสดงออกถึงความเป็นธรรมชาติของโครงการที่มีจุดเด่น คือ เพดานบ้านสูง (Double Volume) 6.6 เมตร บริเวณ Living Area ทุกหลัง อากาศหมุนเวียน ถ่ายเทสะดวก ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง โล่งสบาย กว้างขวาง สว่าง สง่างาม และโดดเด่น โถสุขภัณฑ์แบบ Smart Toilet ที่จอดรถกว้างสามารถจอดได้สะดวก อ่างอาบนํ้าในห้องนอน Master Bedroom รับประกันโครงสร้างบ้าน 10 ปี* เป็นโครงการแรก ครอบคลุมทั้งเรื่องโครงสร้างอาคาร การรั่วซึมของหลังคา การรั่วซึมของระบบท่อและไฟฟ้า การใช้งานของประตูและหน้าตา พื้นที่ส่วนกลางอย่าง Clubhouse มี THE COMMON ที่เป็น Co-Kitchen ลูกบ้านสามารถมาใช้พื้นที่สำหรับทำอาหาร จัดงานเลี้ยงปาร์ตี้สังสรรค์ มีห้อง RIVA LOUNGE ที่เป็น Co-Working Space หรือ Living Area ใช้สำหรับนั่งเล่น นั่งทำงาน ประชุมงาน มีห้อง ACTIVE SPACE ที่เป็น Gym และ Yoga Studio สระว่ายนํ้ากลางแจ้ง ขนาด Half Olympic กว้างถึง 5 เมตร ยาว 25 เมตร พร้อม Sunbathe และพื้นที่ Outdoor Lounge พื้นที่สีเขียวสวนขนาดใหญ่กว่า 3 ไร่ พร้อม Sunken Seat, Amphitheater, Children’s Playground Zone และ Jogging Area นอกจากนี้ LUXRIVA RESIDENCES ยังมี Welcome Home Club by CP LAND หน่วยงานด้านลูกค้าสัมพันธ์ที่ให้การบริการงานรับประกัน และดูแลสุขภาพบ้านของคุณอย่างต่อเนื่องโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่วันแรก เริ่มจากให้คำปรึกษาและข้อมูลด้านสินเชื่อ การโอนกรรมสิทธิ์ การตรวจรับมอบห้องชุด/บ้าน การรับประกันและงานแจ้งซ่อม รวมถึงบริการ Premium Care ที่พร้อมให้บริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกบ้านอยู่สบาย และใช้ชีวิตได้อย่างไร้กังวล ติดตามข้อมูลข่าวสารและสอบถามรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติมได้ที่โทร 02-088-0999 Website: www.LUXRIVARESIDENCES.com แอดไลน์สอบถามข้อมูล https://bit.ly/3OwNCWF Facebook: LUXRIVA RESIDENCES Nakhon Si Thammarat Instagram: LUXRIVA RESIDENCES

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


Deprecated: Function WP_Scripts::print_inline_script is deprecated since version 6.3.0! Use WP_Scripts::get_inline_script_data() or WP_Scripts::get_inline_script_tag() instead. in /var/www/vhosts/socialplusthai.com/httpdocs/wp-includes/functions.php on line 6085